กรมชลฯ เริ่มปรับลดการระบายน้ำ 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา หลังมีฝนตกในหลายพื้นที่ มั่นใจปริมาณน้ำมีเพียงพอถึงฤดูฝนหน้า

ข่าวทั่วไป 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 13:15 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้เริ่มปรับลดการระบายน้ำเขื่อนใหญ่ 4 เขื่อนลุ่มเจ้าพระยาได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ทั้งนี้เพื่อจะเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อความต้องการในฤดูแล้งซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ถึง 30 เมษายน 2563 เป็นเวลา 6 เดือนและต่อเนื่องถึงต้นฤดูฝนหน้าตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2563 ถึง กรกฎาคม 2563 อีก 3 เดือน รวมเป็น 9 เดือน

ขณะนี้กรมชลประทานเริ่มลดปริมาณการระบายน้ำลง โดยเขื่อนภูมิพลจากระบายวันละ 23.29 ล้าน ลบ.ม. เหลือวันละ 21 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์จากระบายวันละ 19.09 ล้าน ลบ.ม. เหลือวันละ 18.39 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จากระบายวันละ 700,000 ล้าน ลบ.ม. ลดเหลือวันละ 440,000 ลบ.ม. ส่วนเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนยังคงการระบายที่ 2.16 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้ฝนเริ่มตกลงมาในหลายพื้นที่ อีกทั้งจากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมคมถึงปลายเดือนกันยายนฝนจะตกใกล้เคียงค่าเฉลี่ย ซึ่งหากเป็นไปตามนี้พื้นที่เกษตรจะมีความชุ่มชื้นทำให้พืชสำคัญในลุ่มเจ้าพระยาคือ นาข้าวฟื้นตัวได้แต่จะยังส่งน้ำให้โดยวิธีจัดรอบเวรอย่างเคร่งครัด อีกทั้งกำหนดรอบเวรสูบน้ำของสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ดูแลโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สูบน้ำจากแม่น้ำสายหลักให้มีความเหมาะสม

ทั้งนี้หากทุกภาคส่วนรักษากติกาการรับน้ำและใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มั่นใจว่าจากนี้ไปจนถึงต้นฤดูฝนปี 2563 น้ำจะมีเพียงพออย่างแน่นอน

ส่วนกรณีพื้นที่การเกษตรในหลายพื้นที่ของประเทศ ยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ นายทองเปลว กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศ ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำ เข้าไปช่วยเหลือ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ