กรมชลฯ เร่งจัดการน้ำในพื้นที่ภาคอีสาน ลุ่มน้ำชี มูล ลดผลกระทบพื้นที่น้ำท่วม

ข่าวทั่วไป 11 กันยายน พ.ศ. 2562 13:13 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กรมชลประทาน กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำชี และแม่น้ำมูล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ยังคงถูกน้ำท่วมสูง โดยในแม่น้ำชี ได้ทำการชะลอน้ำจากแม่น้ำชีตอนบนที่เขื่อนมหาสารคาม ด้วยการลดบานระบายน้ำลงให้เหลือ 10 เซนติเมตร และทำการควบคุมการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และ ขนาดเล็ก จำนวน 23 แห่ง ด้านท้ายเขื่อนมหาสารคาม โดยจะปรับลดอัตราการระบายน้ำให้เหลือวันละ 36 ล้าน ลบ.ม. และจะทยอยปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ สำหรับทางด้านแม่น้ำมูล กรมชลประทาน จะทำการชะลอน้ำที่เขื่อนราศีไศลให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านท้ายน้ำ โดยจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดพร้อมปรับลดการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก จำนวน 57 แห่ง

รวมไปถึงการชะลอน้ำในลำเซบาย จังหวัดอำนาจเจริญ และ ลำเซบาย จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งลำโดมใหญ่ และลำน้ำสาขาอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ พร้อมกับเฝ้าระวังปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ M.7 ให้อยู่ในอัตรา 4,600 ลบ./วินาที

กรมชลประทาน คาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชีปริมาณน้ำสูงสุดจะไหลผ่านที่สถานีวัดน้ำ M.7 บริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในช่วงเวลา ประมาณ 11.00 – 13.00 น. วันที่ 13 ก.ย. 62 ในเกณฑ์ประมาณ 4,800 – 4,900 ลบ.ม./วินาที หรือสูงกว่าตลิ่งปริมาณ 3.70 – 3.80 เมตร ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขงในระยะต่อไป

ทั้งนี้ การระบายน้ำในแม่น้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขง จะระบายได้ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับระดับน้ำในแม่น้ำโขง หากระดับน้ำลดต่ำลง การระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงจะทำได้เร็วขึ้น แต่หากระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงมาก จะส่งผลให้น้ำระบายได้ช้าเช่นกัน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ