นายกฯ ประชุมเตรียมความพร้อมรับมือหากไวรัสโควิด-19 ระบาดระดับ 3 วอนอย่าตื่นตระหนก-อย่าสร้างข่าวปลอม

ข่าวทั่วไป Thursday February 20, 2020 15:05 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และ แก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติว่า ได้รับทราบรายงานสถานการณ์ในภาพรวมการควบคุมดูแลไวรัสโควิด-19 ในทุกมิติตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งทุกฝ่ายทราบดีว่าไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้ออยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ตนเองยังคงห่วงใย หากมีการแพร่กระจายในระดับ 3 คือ การแพร่กระจายในทุกพื้นที่จะมีแนวทางรับมืออย่างไรให้ทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับมาตรการรับมือการแพร่ระบาดในระดับที่ 3 เพราะเป็นการเตรียมความพร้อมไว้เท่านั้น ซึ่งทุกอย่างมีหลักเกณฑ์และมาตรฐานรองรับไว้หมด โดยจะดำเนินการอย่างเหมาะสมที่สุด จึงขออย่าสร้างข่าวบิดเบือน เพราะจะกระทบกับการทำงานภาพรวมทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะทำงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

"ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก สิ่งที่รัฐบาลได้เตรียมมาตรการทั้ง3ข้อไว้ เป็นการคาดการณ์เผื่อไว้ในอนาคตเท่านั้น ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่ต้องปฏิบัติ ทั้งหมดมีหลักเกณฑ์การปฏิบัติไว้ชัดเจน เราต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง เราไม่สามารถแก้ปัญหาในลักษณะที่ได้อย่างเสียอย่าง หรือได้อย่างแล้วเสียสองอย่าง รัฐบาลนี้จะไม่ทำแบบนั้น ขอร้องเพียงอย่างเดียวทุกฝ่ายอย่าตื่นตระหนก อย่าให้ข่าวบิดเบือน อย่าสร้างเฟกนิวส์ หรือเฮทสปีช เพราะจะทำให้การทำงานไปไม่ได้ทั้งหมด"นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมวันนี้ยังได้รับทราบรายงานการผลิตและการจำหน่ายหน้ากากอนามัยให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน รวมถึงเตรียมพิจารณาแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยรัฐบาลจะดูแลทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ ดังนั้น การแก้ปัญหาต้องทำในภาพรวมและบูรณาการ ซึ่งขอขอบคุณทุกภาคส่วน บุคลากรทุกคน โดยเฉพาะทางการแพทย์ที่แม้เกษียณไปแล้ว ยังเสียสละเข้ามาช่วยทำงาน จนทำให้การรับมือสถานการณ์เป็นที่น่าพอใจ

ด้านนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การแพร่ระบาดในประเทศยังอยู่ในระยะที่ 2 คือ อัตราการติดเชื้อต่ำ แสดงให้เห็นถึงกลไกการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ และจะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้จะมีการเข้มงวดการเข้าเดินทางเข้าสู่ประเทศด้วยการใช้เครื่องเทอโมสแกนตรวจวัด พร้อมระบุว่าทีมแพทย์ไทยได้รับการชื่นชมที่สามารถใช้เทคโนโลยีและใช้ยาที่มีอยู่ในการรักษาอาการป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้หายได้ ทั้งนี้ หากเกิดความรุนแรงในระดับเพิ่มขึ้นกว่านี้ก็พร้อมที่จะรับมือทั้งในส่วนของโรงพยาบาล ยา เครื่องมืออุปกรณ์ หน้ากากอนามัย

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการจำหน่ายหน้ากากอนามัยซึ่งเป็นสินค้าควบคุมว่า มีมาตรการดูแล โดยผู้ผลิตและนำเข้าต้องแจ้งต้นทุน ปริมาณการผลิต ราคาจำหน่าย ทั้งหมด รวมถึงปริมาณสต็อกสินค้า ในทุกวันที่ 10 ของเดือน เพื่อการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการควบคุมการส่งออกตั้งแต่ 500 ชิ้นขึ้นไป โดยนับตั้งแต่ 5 ก.พ.63 จนถึงปัจจุบันพบว่ามีการส่งออกหน้ากากอนามัยไปแล้ว 32 ล้านชิ้น จากที่ปกติตัวเลขของทั้งปี 61 ที่ 71 ล้านชิ้น ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์พยายามควบคุมดูแลการส่งออกให้เหมาะสม

ขณะที่นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงมาตรการยกระดับการคัดกรองไวรัสโควิค-19 ว่า ได้มีการเฝ้าระวังที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศและท่าอากาศยานภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง รวมถึงสถานีขนส่งสาธารณะ สถานีรถไฟฟ้า และท่าเทียบเรือทั่วประเทศ รวมถึงมีการเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในเครื่องบินโดยสาร รวมทั้งรถไฟ รถไฟฟ้า รถสาธารณะต่างๆ และท่าเรือโดยสาธารณะเป็นประจำ

สำหรับช่องทางการขนส่งทางอากาศ ทางท่าอากาศยานได้เพิ่มเครื่องเทอร์โมสแกนติดตั้งในช่องทางเข้าออกสายการบินต่างประเทศที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย ทั้งนี้ ทางกระทรวงคมนาคมพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเต็มที่

ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในเส้นทางต่างๆ ซึ่งทางการบินไทยและไทยสมายล์ ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงการเดินทางในเที่ยวบินประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และสิงค์โปร์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ