ครม.อนุมัติโครงการสนับสนุนเงินทุนให้สมาชิกสถาบันเกษตรกรสร้างระบบน้ำในไร่นา ระยะที่ 2

ข่าวทั่วไป Monday February 24, 2020 14:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิกสถาบันเกษตรกร ระยะที่ 2 วงเงิน 508.2 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร แบ่งเป็น 1) เงินกู้ยืมปลอดดอกเบี้ย วงเงิน 500 ล้านบาท ระยะเวลา 6 ปี จัดสรรให้สมาชิกกู้ยืมรายละไม่เกิน 50,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการขุดสระเก็บน้ำในพื้นที่ 1 ไร่ ความลึก 2 เมตร หรือขุดเจาะบ่อบาดาล เจาะจนถึงระดับที่มีน้ำ พร้อมจัดซื้ออุปรกรณ์ที่เกี่ยวข้อง หากมีค่าใช้จ่ายเกิน 50,000 บาท สมาชิกต้องสมทบเอง 2)เงินจ่ายขาด วงเงิน 8.2 ล้านบาท เป็นค่าบริหารจัดการโครงการของหน่วยงานราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

การชำระเงินกู้ของสมาชิก ใน 2 ปีแรก (ปี 63 -64) เป็นระยะเวลาปลอดหนี้ เพื่อให้สมาชิกได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ โดยจะเริ่มชำระเงินงวดที่ 1 ในปี 65 ไปจนถึงปี 68 รวม 4 ปี ปีละอย่างน้อย 25% ของเงินกู้ยืมที่ได้รับอนุมัติ หากสมาชิก/สถาบันเกษตรกรผิดนัดชำระหนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์คิดอัตราดอกเบี้ยปรับ 3% ต่อปี จนกว่าจะชำระหนี้หมด และกรมส่งเสริมสหกรณ์ผิดนัดชำระหนี้ กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรคิดอัตราดอกเบี้ยปรับ 3% ต่อปี จนกว่าจะชำระหนี้หมด

โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)จัดสรรเงินทุนให้สมาชิกกู้ยืม นำไปพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรของตนโดยไม่คิดดอกเบี้ย 2)ส่งเสริมการจัดระบบพื้นที่เกษตรให้มีแหล่งน้ำเป็นของตนเองลดการพึ่งพาน้ำจากธรรมชาติและระบบชลประทาน 3)สนับสนุนให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้ต่อเนื่องทั้งในและนอกฤดูกาล ปลูกพืชหลากหลายชนิด เลี้ยงสัตว์และประมง เป็นระบบเกษตรแบบผสมผสานตามทฤษฎีใหม่

ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการโครงการระยะที่ 1 (ปี 59-64) ไปแล้ว วงเงิน 302.9 ล้านบาท โดยมีสมาชิกสนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 28,000 ราย แต่สามารถจัดสรรเงินให้กู้ยืมได้เพียง 6,014 ราย ซึ่งเกษตรกรที่เขาร่วมโครงการสามารถประกอบชีพเกษตรกรรมได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทำให้มีรายได้เพียงพอสามารถชำระหนี้ได้ตามเป้าหมายในเวลาที่กำหนด

สำหรับโครงการระยะที่ 2 นี้ ตั้งเป้าหมายจะมีสมาชิกเข้าร่วม 10,000 ราย เป็นสถาบันเกษตรกร 350 แห่ง ใน 51 จังหวัด ซึ่งต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 1)สมาชิกต้องไม่เคยรับการสนุบสนันจากโครงการอื่นของรัฐในลักษณะเดียวกัน 2)มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ทำกินในพื้นที่อย่างถูกกฎหมาย หากเป็นที่เช่าทำกิน ต้องมีระยะเวลาเช่าครอบคลุมระยะเวลาโครงการและต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ 3)พื้นที่ทำกินรายละ 10 ไร่ หรือรวมกับสมาชิกทุกรายในสหกรณ์นั้นๆแล้วเฉลี่ยได้รายละ 10 ไร่ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ รวม 6 ปี (63–68)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ