COVID-19ดีอีเอส ต่อยอดแอพฯ AOT ใช้ติดตามผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาช่วยคุมโควิดระบาด พร้อมเริ่มนำร่องที่บุรีรัมย์

ข่าวทั่วไป Thursday March 26, 2020 18:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

COVID-19: ดีอีเอส ต่อยอดแอพฯ AOT ใช้ติดตามผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาช่วยคุมโควิดระบาด พร้อมเริ่มนำร่องที่บุรีรัมย์

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีเอสได้ต่อยอดใช้ประโยชน์จากแอพพลิเคชั่น AOT Airports ที่ร่วมกับบมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) ใช้ติดตามตัวคนไทยที่เดินทางเข้าประเทศ โดยได้ปรับปรุงให้ใช้งานสะดวกขึ้น เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยมอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใช้ติดตามตัวประชาชนที่เดินทางกลับจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ไปยังภูมิลำเนาของตนเอง หลังจากที่กระทรวงมหาดไทยได้ออกคำสั่งให้ทุกจังหวัดลงไปสำรวจข้อมูลประชาชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อนหน้านี้ ช่วยให้การกักกันตัวเอง (Self quarantine) มีประสิทธิภาพมากขึ้น

รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้นำแอพพลิเคชั่นนี้ไปใช้งานแล้ว โดยเริ่มนำร่องที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นแห่งแรก มีขั้นตอนคือ เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ไปพบกับบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่กลับมาจาก กทม. ถึงที่บ้าน และให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าว จากนั้นระบบจะแจ้งเตือน 3 ครั้งภายใน 12 ชม. เพื่อให้บุคคลนั้นระบุสถานที่กักกันตัวเอง

เมื่อระบุสถานที่กักกันตัวเองแล้ว ผู้ใช้จะต้องกักตัวเองอยู่ในพื้นที่ 14 วัน และทุกวันต้องรายงานตัวผ่านระบบ ด้วยการถ่ายรูป 3 เวลา คือ 10.30 น. 14.30 น. และ 18.00 น. เจ้าหน้าที่จะเห็นสัญลักษณ์สีเขียวว่าได้ดำเนินการแล้ว ถ้าไม่ทำตามกำหนด ระบบจะแจ้งเตือนผู้ใช้ทุกชั่วโมง และหากผู้ใช้ออกจากสถานที่กักกันเกิน 50 เมตร จะปรากฏสัญลักษณ์สีส้ม ผู้ใช้ไม่รายงานตัว สัญลักษณ์จะเป็นสีแดง ผู้ใช้ปิดแอพพลิเคชั่น สัญลักษณ์จะเป็นสีเทา ทำให้เจ้าหน้าที่รู้ข้อมูลและลงไปตามหาตัวในพื้นที่ได้ทันที

ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่นดังกล่าวมีลักษณะเป็นแผนที่ทั้งประเทศ สามารถเข้าถึงข้อมูลแต่ละจังหวัดจนถึงระดับพื้นที่ได้ โดยแต่ละพื้นที่ยังระบุชื่อและสถานะของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงได้อย่างละเอียด จึงช่วยให้ส่วนกลาง รวมไปถึงผู้ว่าราชการ นายอำเภอ ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ติดตามตัวและรู้ข้อมูลของผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปประยุกต์ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองที่ประจำจุดตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ใช้ในการตรวจสอบว่าบุคคลกลุ่มเสี่ยงได้รายงานตัวและกักกันตัวเองครบ 14 วันแล้ว ตามมาตรฐานการควบคุมโรคแล้วหรือไม่อีกด้วย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ