COVID-19สธ.ยืนยันความพร้อมรองรับผู้เดินทางกลับจากตปท.-หนุนเจ้าของธุรกิจห้องพักทำสถานที่กักตัวทางเลือก

ข่าวทั่วไป Friday May 22, 2020 15:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

COVID-19: สธ.ยืนยันความพร้อมรองรับผู้เดินทางกลับจากตปท.-หนุนเจ้าของธุรกิจห้องพักทำสถานที่กักตัวทางเลือก

นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้รับการสนับสนุนเรื่องที่พักโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับบุคลากรทางแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จำนวน 200 แห่งในประเทศจาก AirBNB ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจองที่พักทั่วโลก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และป้องกันการแพร่เชื้อไปยังสมาชิกในครอบครัว

"เป็นเรื่องขวัญและกำลังใจที่ทางภาคเอกชนให้การสนับสนุน ซึ่งหวังว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติในเร็ววัน เราเดินทางผ่านมาสามยกแล้ว มีคะแนนนำมาตลอด เหลืออีกสองยก อย่าให้การ์ดตก" นายสาธิต กล่าว

สำหรับการจัดหาสถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine) ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายเองประมาณ 60,000 บาท/คนนั้น นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะดูแลทั้งการให้บริการและการควบคุมโรคควบคู่กันไป จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ด้านต่างๆ ไว้ ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถเข้าไปทำประเมิน (Self Assessment) ได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการผ่านการประเมิน 4 แห่ง จำนวน 303 ห้อง เข้าพักแล้ว 172 ห้อง คงเหลือ 131 ห้อง ส่วนที่กักตัวของรัฐ (State Quarantine) ที่รัฐบาลจัดหาให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายนั้นมี 25 แห่ง จำนวน 7,532 ห้อง เข้าพักแล้ว 5,425 ห้อง คงเหลือ 2,107 ห้อง และอยู่ระหว่างสำรวจเพิ่มเติม 1,158 ห้อง

"ผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศสามารถเลือกลงทะเบียนล่วงหน้าได้ว่าต้องการบริการแบบไหน เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว ทางโรงแรมที่จองไว้จะมารับตัวไปดูแลจนครบ 14 วัน และมีระบบรายงานกลับมา" นพ.ธเรศ กล่าว

รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้มีความพร้อมครบทุกส่วนเพื่อรองรับผู้ที่จะเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบของที่กักตัวของรัฐ (State Quarantine) ที่กักตัวของท้องถิ่น (Local Quarantine) ที่กักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine) และ Hospitel ซึ่งทุกแห่งจะมีบุคลากรทางการแพทย์ควบคุมโรคที่มีประสบการณ์ดูแลอย่างทั่วถึง

ส่วนกรณีที่ข่าวการเรียกรับผลประโยชน์ในการใช้บริการที่กักตัวของรัฐ (State Quarantine) นพ.ธเรศ กล่าวว่า ได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่าผู้แอบอ้างไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วนราชการ ซึ่งได้มอบหมายให้นิติกรไปดำเนินคดีเอาผิด ขอให้ประชาชนอย่าไปหลงเชื่อ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ