(เพิ่มเติม) นายกฯ นัดแถลงผ่านทีวีพูลเย็นนี้เตือนรวมตัวชุมนุมเสี่ยงทำโควิดระบาดซ้ำ

ข่าวทั่วไป Thursday September 17, 2020 16:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เตรียมแถลงการณ์ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจในเวลา 18.00 น.วันนี้ โดยเตือนกลุ่มผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วงจะเกิดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ในประเทศไทย และขณะเดียวกันกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำลายการทำมาหากินของคนไทยด้วยกันอีกสิบๆ ล้านคน

"การจุดชนวนการแพร่ระบาดโควิด ให้เสี่ยงที่จะลุกโชนขึ้นมาอีก นั่นจะส่งผลกระทบที่เลวร้าย และทวีคูณปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ไปสู่ระดับที่เรายังไม่เคยเจอมาก่อน ผมขอให้ทุกท่านคำนึงถึงเรื่องนี้ให้มาก"คำแถลงของนายกรัฐมนตรี ระบุ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอบอกกับผู้ที่ออกมาเรียกร้องต่าง ๆ ว่าได้ยินสิ่งที่พูด และรับทราบความคับข้องใจเรื่องการเมือง และความไม่พอใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ โดยเคารพ ความคิดเห็น และความรู้สึกของทุกคน แต่วันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดเร่งด่วนที่จำเป็นต้องจัดการก่อน นั่นคือการบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจที่โควิดได้ก่อให้เกิดขึ้นไปทั่วโลก จึงไม่ควรทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งไปกว่านี้

การชุมนุมจะทำให้การฟื้นเศรษฐกิจเกิดการล่าช้า เพราะจะทำลายความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ และสร้างความลังเลใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะมาเมืองไทย เมื่อถึงเวลาที่เราพร้อมจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง การชุมนุมจะสร้างความวุ่นวายในประเทศ และทำลายสมาธิการทำงานของภาครัฐในการจัดการกับโควิด และปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน จึงอยากขอให้เราเอาชนะโควิดและผ่านวิกฤตโลกครั้งนี้ ไปด้วยกัน ให้ได้ก่อน หลังจากนั้นเราค่อยกลับมาที่เรื่องการเมือง

ในสถานการณ์ปัจจุบันหลายประเทศใช้ความเด็ดขาดในการยุติการประท้วง ด้วยเหตุผลที่ไม่ยอมให้เกิดการกระทำที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด โดยห้ามไม่ให้มีการรวมตัวใดๆ ทั้งสิ้น อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ในประเทศเยอรมัน เมื่อมีการประท้วงของคนจำนวนกว่า 38,000 คน มีผู้ถูกจับดำเนินคดีมากกว่า 300 คน คดีทำลายโอกาสของประเทศในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การศึกษา และสังคม

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สั่งการไปคือ ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับผู้ชุมนุมด้วยความนิ่มนวล เพราะยังเชื่อว่าผู้ที่จะออกมาประท้วง จะมีความตระหนักรู้ ถึงสิ่งที่ควรต้องระมัดระวังและอยู่ในขอบเขต แต่ก็ขอฝากไปถึงทุกคนที่จะออกมารวมตัวกันว่าขอให้นึกถึงพี่น้องคนไทยด้วยกันให้มากๆ คนไทยอีกเป็นสิบๆ ล้านคน ที่จะได้รับผลกระทบ จากการที่ท่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงในการเจ็บป่วยจากโควิด และเพิ่มความเสี่ยงให้เราต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีภารกิจชัดเจน คือ ต้องปกป้องคนไทยไม่ให้เกิดการสูญเสียในชีวิต เป็นหมื่นๆ ชีวิต เหมือนในประเทศอื่น และป้องกันหายนะทางเศรษฐกิจที่จะตามมาจากการเสียชีวิตของผู้คน และหายนะที่จะตามมาจากการล็อกดาวน์ เพราะฉะนั้น เรายังต้องระมัดระวัง ในการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา เพราะมีความเสี่ยงในการนำเชื้อโควิดเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งจะยิ่งสร้างปัญหาให้กับเราทุกคน

แต่ในขณะที่ทำอย่างนั้น ก็รู้ถึงความเจ็บปวดของทุกคนที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยว จนหลายครั้งนอนไม่หลับเมื่อคิดถึงจำนวนคนที่ต้องตกงาน และจำนวนธุรกิจที่ต้องปิดกิจการลง เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก ซึ่งไม่มีทางออกไหนที่ไม่มีความเจ็บปวดรออยู่ การเปิดประตูประเทศ อาจจะทำให้มีนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาในระดับนึง แต่เราก็รู้ว่าจะมีโควิดเข้าประเทศมาด้วยแน่นอน แม้จะมีการตรวจเช็คขนาดไหนก็ตาม

สิ่งที่ผมกังวลคือ หากเกิดการระบาดใหญ่เป็นวงกว้างในประเทศ เราอาจจะไม่สามารถรับมือได้ และถ้ามันเกิดขึ้นแบบนั้น ความเดือดร้อนในเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องจะยิ่งรุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งจะไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับภาคการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่จะส่งผลกับทุกภาคส่วนในสังคม

"พี่น้องครับ เรากำลังเดินเข้าสู่ช่วงเวลาที่จะยิ่งยากลำบากมากขึ้น เราจึงควรวางเรื่องการเมืองเอาไว้ก่อน แล้วจับมือร่วมแรงร่วมใจกัน ผ่านพ้นความยากลำบากที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในประวัติศาสตร์โลกไปให้ได้ ผมขอให้ทุกคนยกการ์ดของตัวเองให้สูงอีกครั้ง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม และโชว์สปิริตของความเป็นไทยต่อไป ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะโควิดไปให้ได้"นายกรัฐมนตรี ระบุ

ขณะที่ พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสนา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 กล่าวภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่กำหนดมีขึ้นในวันที่ 19 ก.ย.และจะเคลื่อนมาที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 20 ก.ย.นี้ ว่า ฝ่ายการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจสันติบาล จำนวน 2 กองร้อย วางกำลังประจำแต่ละตึก เพื่อป้องกันกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่มีการบุกเข้ามาภายทำเนียบรัฐบาล

พร้อมสั่งการให้แต่ละหน่วยงานที่อยู่ภายในทำเนียบรัฐบาล เริ่มขนย้ายเอกสารสำคัญออกจากพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์จนถึงขณะนี้ คาดว่าจะไม่รุนแรง แต่จะถึงขึ้นปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ จะต้องมีการประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน

ทั้งนี้ เบื้องต้นพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล และบริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ถือเป็นพื้นที่หวงห้าม หากมีการลุกล้ำเข้ามา จะถือว่าผิดพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการจัดกำลังเจ้าไปเจรจากับผู้ชุมนุม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ