นายกฯ สั่งกวาดล้างนายทุนค้ายาเสพติด ห่วงผู้เสพหน้าใหม่-กำชับจนท.คุมเข้ม

ข่าวทั่วไป Thursday June 30, 2022 16:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2565 ว่า การแก้ไขปัญหาปราบปรามยาเสพติดมีความก้าวหน้าตามลำดับ และเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าทุกคนเสียสละมุ่งมั่นในการปฎิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขยาเสพติดอย่างเข้มแข็ง ทำประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติได้ดีเสมอมา พร้อมยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขยาเสพติด กำหนดเป็นวาระสำคัญที่ต้องทำโดยด่วนและต่อเนื่อง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานของรัฐบาล ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและความมั่นคง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดที่มุ่งเน้นแก้ปัญหายาเสพติดของประเทศ ในการสร้างความสมดุลระหว่างการปราบปรามยาเสพติด การป้องกันและการรักษา รวมถึงทำให้ประชาชนเข้าใจง่าย สามารถเข้าถึงกฎหมายได้สะดวก ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง ขณะที่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน บังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"สิ่งสำคัญที่สุดคือ มาตรการป้องกันผู้เสพรายใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่กังวล ทั้งยาเสพติดเดิม หรือยาเสพติดที่ถอดพ้นไปแล้ว จึงต้องระวังผู้เสพติดรายใหม่ที่อยากทดลอง โดยเฉพาะเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ไม่ควรไปยุ่งกับยาเสพติด เพราะจะมีผลต่อการพัฒนาสมองและสุขภาพ การป้องกันจะต้องให้ความรู้ความเข้าใจ สร้างความตระหนักถึงพิษภัยและผลกระทบการใช้ยาเสพติด อาจจะบรรจุในสถานศึกษา หลักสูตรที่จะส่งเสริมชุมชน โรงเรียน เป็นแหล่งเรียนรู้ปลอดยาเสพติด นอกจากนี้ยังต้องฝึกอาชีพให้กับผู้ที่เข้าบำบัดยาเสพติด เพื่อให้ออกไปสู่สังคม เป็นการคืนชีวิตสู่สังคมมีชีวิตใหม่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

สำหรับสถิติการปราบปรามยาเสพติดตั้งแต่ปี 2561-2565 พบว่า ลดลงตามลำดับจากการคุมเข้มในทุกมาตรการ ด้วยความร่วมมือทั้งภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน โดยส่วนใหญ่มีการผลิตอยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ มีการตรวจพบจับกุมและดำเนินคดีมากขึ้น ทำให้จำนวนปริมาณยาเสพติดที่จับกลุ่มได้เริ่มลดลง

ส่วนสถิติการยึดอายัดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติด ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.64 ถึงวันที่ 29 มิ.ย.65 เป็นจำนวน 9,209 ล้านบาท และขอให้เจ้าหน้าที่เดินหน้าปราบปรามผู้ที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมทั้งนายทุน ต้องกวาดล้างให้สิ้นโดยใช้กระบวนการตามกฎหมาย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ