สธ. ยกระดับแอป "หมอพร้อม" พัฒนา 12 ฟีเจอร์ด้านสุขภาพ ตอบโจทย์การใช้งาน

ข่าวทั่วไป Monday July 25, 2022 13:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สธ. ยกระดับแอป

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย (KBANK), สภากาชาดไทย, บมจ.อินเทอร์เน็ตประเทศไทย (INET) และบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมยกระดับแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" จากบริการด้านโควิด-19 สู่แอปพลิเคชันด้านสุขภาพเพื่อคนไทย พัฒนาแอปพลิเคชันหมอพร้อมให้เชื่อมต่อและเข้าใช้งานง่ายขึ้น พัฒนา 12 ฟีเจอร์หลัก ช่วยแสดงข้อมูลสุขภาพ เชื่อมต่อระบบ e-Payment โดยจะทยอยเปิดใช้งานผ่านแอปพลิเคชันในช่วงเดือน ส.ค. และใน LINE OA เดือนก.ย.นี้

นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พัฒนา "หมอพร้อม" จากเดิมที่ให้บริการเกี่ยวกับโรคโควิด-19 และวัคซีนโควิด-19 ยกระดับให้เป็นแอปพลิเคชันด้านสุขภาพ Digital Health Platform สำหรับคนไทยที่สะดวกสบาย และช่วยให้เข้าถึงบริการง่ายขึ้นกว่าเดิม และเพิ่ม 12 ฟีเจอร์ใหม่ที่ตอบโจทย์การยกระดับคุณภาพชีวิต

"พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายกับหน่วยบริการสุขภาพทุกสังกัด ช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี โดยจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้งเพื่อคนไทย โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานหมอพร้อม รวมกว่า 32 ล้านคน เชื่อว่าจะเป็นช่องทางที่เข้าถึงประชาชนได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้กับระบบบริการสุขภาพของประเทศได้เป็นอย่างดี" นายสาธิต กล่าว

ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาระบบหลังบ้านของหมอพร้อมให้รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของประชาชน จากหน่วยบริการสุขภาพทุกระดับ ทุกสังกัด ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล คลินิก และร้านยา ปัจจุบันเชื่อมโยงแล้วกว่า 15,000 แห่งทั่วประเทศ มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลด้านสุขภาพ และการดำเนินธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานสากล ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)

สำหรับการพัฒนาฟีเจอร์สำหรับประชาชนบนหมอพร้อม ทั้งแอปพลิเคชัน และ Line OA ประกอบด้วย 12 ฟีเจอร์หลัก ได้แก่ 1. ใบรับรองโควิด-19 แสดงประวัติและรายละเอียดการฉีดวัคซีน รองรับการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 2. ผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งแบบ Antigen Test Kit (ATK) และ RT-PCR 3. ค้นหาหน่วยบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งโรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยา

4. เช็กอินผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยระบบ Beacon โดยเปิดบลูธูทและตำแหน่งที่ตั้งก่อนเข้าใช้บริการสถานที่ต่างๆ ที่กำหนดให้แสดงสถานะสุขภาพเกี่ยวกับโควิด-19 5. ใบรับรองสุขภาพดิจิทัล สามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF ไปใช้ประกอบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ได้ 6. บริจาคออนไลน์ ทั้งบริจาคเงินโดยตรงกับโรงพยาบาล บริจาคอวัยวะ ดวงตา ร่างกาย และโลหิต 7. แชทกับหมอพร้อม ตอบคำถามและสื่อสารความรู้สุขภาพกับประชาชนแบบอัตโนมัติ

8. ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่เกี่ยวกับหมอพร้อม นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ข่าวสารสุขภาพต่างๆ 9. ประวัติสุขภาพ รองรับการตรวจสอบข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล อาทิ ประวัติการรักษาพยาบาล หรือการส่งต่อการรักษา 10. นัดหมายออนไลน์ล่วงหน้า เพื่อเข้ารับบริการกับโรงพยาบาลและคลินิกที่เข้าร่วม 11. เช็คสิทธิการรักษาภาครัฐและประกันสุขภาพของเอกชน และ 12. Telemedicine ให้บริการสุขภาพและคำปรึกษาทางการแพทย์แบบทางไกล

"ทั้ง 12 ฟีเจอร์นี้ ได้ดำเนินการไปแล้วในข้อ 1-6 และบางส่วนกำลังดำเนินการ ฟีเจอร์ทั้งหมดจะปรับให้เหมาะสม เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และระดับความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพประชาชน โดยจะทยอยเปิดให้บริการฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลด หรืออัปเดตการใช้งานได้ในเดือนส.ค. นี้ และให้บริการผ่านทางหมอพร้อม LINE OA ในเดือนก.ย." นพ.โสภณ กล่าว

ขณะที่นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า สภากาชาดไทย ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และธนาคารกสิกรไทย พัฒนาระบบการแสดงความจำนงบริจาคดวงตา อวัยวะ ออนไลน์บนแพลตฟอร์มหมอพร้อม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนที่มีจิตกุศล ได้เข้าถึงการบริจาคดวงตา อวัยวะได้โดยง่าย รวมถึงเป็นการสร้างความรับรู้ในเรื่องของการบริจาคดวงตา อวัยวะให้อยู่ในวงกว้างเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีสำหรับผู้ป่วยที่รอคอยการปลูกถ่ายกระจกตาและอวัยวะ ได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง

"เชื่อว่าการพัฒนาแพลตฟอร์มหมอพร้อมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ตอบสนองต่อพันธกิจของสภากาชาดไทยในการช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้นแล้ว ยังจะช่วยให้ผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป ได้รับความสะดวกในการเข้าถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้" นายกฤษฎา กล่าว

ด้านนายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ด้วยความตั้งใจของธนาคารกสิกรไทย ที่ต้องการเปิดโอกาสให้คนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน และบริการสาธารณสุข ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง โดยได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับกระทรวงสาธารณสุข ในการนำความรู้ ทรัพยากรทั้งด้านบุคลากร และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี ร่วมสนับสนุนในด้านต่าง ๆ คือ 1. ด้านการช่วยเหลือในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และสรุปยอดผู้ติดเชื้อรายวัน 2. ด้านการสนับสนุนเรื่อง Call center หมอพร้อม ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และ 3. ด้านการนำเครื่องมือ BI tools มาช่วยในการทำ Data Analytic เพื่อวางกลยุทธ์ในมิติสาธารณสุขได้อย่างแม่นยำ

"หวังว่าการพัฒนาต่อยอดหมอพร้อมโฉมใหม่ในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับการให้บริการด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะกลุ่มโรงพยาบาลรัฐ เพื่อให้เป็น Digital Health Platform สำหรับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ" นายพิพิธ กล่าว

นอกจากนี้ ธนาคารได้ให้การสนับสนุนเรื่องการจัดทำ Patient Mobile Application ให้แก่โรงพยาบาลภาครัฐหลายแห่ง อาทิ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลชลบุรี และ 11 โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์การเป็น Smart Hospital และเพิ่มความสะดวกให้แก่คนไข้ที่เข้ามารับบริการในโรงพยาบาล ทำให้คนไทยได้ใช้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ลดภาระระบบสาธารณสุข

ด้านนางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บมจ.อินเทอร์เน็ตประเทศไทย (INET) กล่าวว่า INET ร่วมพัฒนาระบบหมอพร้อม ให้มีการใช้ข้อมูลสุขภาพในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยสนับสนุน Cloud Computing ตามมาตรฐาน Healthcare, พัฒนา Digital Health Pass และ EU DCC ในการออกใบรับรองประวัติการฉีดวัคซีน การตรวจหาเชื้อในรูปแบบดิจิทัล เพื่อใช้เข้าออกสถานที่ ร่วมกิจกรรมต่างๆ ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป 67 ประเทศ

นอกจากนี้ ยังพัฒนาใบรับรองแพทย์ดิจิทัล เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น สมัครงาน ต่อใบขับขี่ สมัครสอบคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เคลมประกันสุขภาพ เป็นต้น ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาอื่นๆ เพื่อให้เป็น Digital Health Platform ของคนไทย ได้แก่ ระบบ iClaim เชื่อมระหว่างโรงพยาบาล กับบริษัทประกันภาคเอกชน เพื่อใช้ตรวจสอบสิทธิการรักษาและเคลมประกันสุขภาพ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษา

ขณะที่นายอุดร คงคาเขตร กรรมการผู้จัดการธุรกิจ B2B2C บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบโลจิสติกส์บนแพลตฟอร์มหมอพร้อม เน้นความสะดวกรวดเร็ว และความปลอดภัยของประชาชน โดยพัฒนาเทคโนโลยีระบบคลังสินค้าและการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ ระบบตรวจสอบสถานะการขนส่ง เพื่อรองรับการกระจายสินค้าที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะยาและเครื่องมือแพทย์ และช่วยอำนวยความสะดวกผู้รับบริการให้ได้รับยาและอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาทางการแพทย์ โดยส่งตรงไปยังที่พักหรือสถานที่ที่แจ้งความประสงค์ไว้ ทำให้ช่วยลดความแออัดในหน่วยบริการ และลดระยะเวลารอคอยของผู้มารับบริการ

นอกจากนี้ ยังพัฒนาพนักงานขับรถให้มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ปลอดภัย เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุให้มากที่สุด โดยควบคุมความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านศูนย์ปฏิบัติการ Logistics Command Center


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ