ไทย-เวียดนาม จับมือดันราคาข้าวเพื่อชาวนา เล็งตั้งกลไกขับเคลื่อนร่วมกัน

ข่าวทั่วไป Monday August 29, 2022 13:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ไทย-เวียดนาม จับมือดันราคาข้าวเพื่อชาวนา เล็งตั้งกลไกขับเคลื่อนร่วมกัน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตามที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มอบหมายว่า ในการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จในการขยายความร่วมมือด้านการเกษตรและการค้าระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะผลการประชุมหารือความร่วมมือด้านข้าวกับนายเจิ่น แทงห์ นาม (H.E. Mr. Tran Thanh Nam) รมช.เกษตรและพัฒนาชนบท และคณะผู้บริหารระดับสูง ณ นครเกิ่นเทอ โดย รมช.เกษตรฯ เวียดนาม ยืนยันและมุ่งมั่นในการร่วมมือกับไทยยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การเจรจาครั้งนี้เป็นการเจรจารอบที่ 2 ต่อจากการประชุมหารือที่ฝ่ายไทยเสนอข้อริเริ่มให้มีความร่วมมือร่วมกันยกระดับราคาข้าว ที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา และรายงานให้ รมว.เกษตรฯ ทั้ง 2 ฝ่ายคือ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และนายเล มิน ฮวาน (Mr. Le Minh Hoan) รมว.เกษตรและพัฒนา ได้ทราบและเห็นด้วยในหลักการ จนนำมาสู่การเจรจาล่าสุด

"นับเป็นความสำเร็จ และเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าวอันดับที่ 2 และ 3 ของโลกตกลงร่วมมือกันเพื่อยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก เป็นงานที่ยาก และยังมีภารกิจที่ท้าทายรออยู่เบื้องหน้า จะสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ยังตอบไม่ได้ แต่วันนี้เราได้เริ่มเดินก้าวแรกร่วมกันแล้ว ในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร" นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ทั้ง 2 ประเทศมีความเห็นตรงกันว่า ราคาข้าวในตลาดโลกไม่เป็นธรรมกับประเทศผู้ผลิตและชาวนาของ 2 ประเทศมาเป็นเวลายาวนาน นำมาซึ่งหนี้สินและความยากจน จึงถึงเวลาที่ต้องต่อสู้เพื่อชาวนา ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือราคาข้าวในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตข้าวที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ย และราคาน้ำมัน จากผลกระทบของวิกฤตการณ์โควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ทั้งนี้ หากปล่อยสถานการณ์ราคาข้าวเป็นอยู่เช่นนี้ ชาวนาจะอยู่ไม่ได้เพราะขาดทุน และหันไปทำเกษตรอื่นที่มีรายได้มากกว่า ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการผลิตข้าวลดลงในระยะยาว กระทบต่ออุปทานข้าวของโลก สวนทางกับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น และปัญหาความมั่นคงด้านอาหารจะรุนแรงมากขึ้น

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายจะนำเสนอผลสรุปของการประชุมเสนอต่อรัฐมนตรีเกษตรของ 2 ประเทศ เพื่อตั้งกลไกขับเคลื่อนร่วมกันในรูปของคณะทำงานเฉพาะกิจ และให้แจ้งสมาคมชาวนา สมาคมผู้ค้าข้าว สถาบันอาหาร และสมาคมผู้ส่งออกข้าวของไทยและเวียดนาม ได้ทราบถึงแนวทางความร่วมมือดังกล่าว รวมทั้งจะเจรจาความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อื่นๆ ต่อไป

"ในระหว่างนี้ จะกระชับความร่วมมือด้านข้าว ระหว่างไทยกับเวียดนามในระดับองค์กรชาวนา และหน่วยงานด้านการเกษตรให้มากขึ้น ซึ่งนายฟาน จี๊ ทัญ เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย มีส่วนสำคัญต่อการประสานความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศในครั้งนี้ ตลอดจนทั้ง 2 ฝ่ายยังเห็นตรงกันที่จะเพิ่มการค้าสินค้าเกษตรให้มากขึ้นและสมดุลมากขึ้น" นายอลงกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ จากสถิติการค้าในปี 64 มีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับเวียดนาม จำนวน 74,214 ล้านบาท โดยไทยนำเข้า 25,465 ล้านบาท และส่งออกไปเวียดนาม 48,750 ล้านบาท ฝ่ายไทยได้เปรียบดุลการค้า 23,285 ล้านบาท โดยเฉพาะการค้าข้าวระหว่าง 2 ประเทศยังสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากเวียดนามนอกจากจะเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวแล้ว ยังนำเข้าข้าวปีละ 1.2 ล้านตัน และไทยเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวไปเวียดนามเป็นอันดับที่ 4 สามารถเพิ่มการส่งออกข้าวไปสนับสนุนเวียดนามได้เพิ่มขึ้น นับเป็นตลาดที่ใกล้ตัว และคนเวียดนามนิยมข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ