H1N1 FLU:สธ.ปรับแนวทางรักษาไข้หวัด2009 ให้ทามิฟูลไม่ต้องรอผลแล็บ

ข่าวทั่วไป Saturday July 18, 2009 14:14 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางและมาตรการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ว่า กระทรวงฯ ตัดสินใจให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ในทันทีสำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง ตามน้ำหนักตัว โดยไม่ต้องรอผลยืนยันจากห้องแล็บ รวมถึงผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือไม่มีก็ตาม ก็จะให้ยาเช่นเดียวกัน ภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

โดยมี 3 กลุ่มที่อยู่ในข่ายที่ให้ยา ได้แก่ กลุ่มที่ 1. คือผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีอาการปอดอักเสบ ซึมผิดปกติ รับประทานอาหารไม่ได้หรือได้น้อยกว่าปกติ กลุ่มที่ 2. ได้แก่กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง และเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรครุนแรงซึ่งมี 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง

กลุ่มที่ 3. เป็นผู้ป่วยที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงต่อโรครุนแรง แนะนำวิธีการดูแลที่บ้าน ให้ยารักษาตามอาการ กลุ่มนี้ส่วนใหญ่อาการจะหายได้เองภายใน 3 -5 วัน แต่หากอาการไม่ดีขึ้นและมีอาการคือ หายใจเร็ว หายใจลำบาก ซึมผิดปกติ กินไม่ได้ หรืออาการไม่ดีขึ้นในวันที่ 3 ของการป่วย แนะนำให้ผู้ป่วยรีบมาพบแพทย์ทันที

ส่วนกรณีที่นักวิชาการบางกลุ่มเห็นว่าการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ชนิดพ่น อาจเป็นอันตรายกับประชาชนนั้น นายแพทย์ไพจิตร์ ระบุ เทคโนโลยีดังกล่าวมีการใช้แล้วในหลายประเทศ ซึ่งบางประเทศก็ดำเนินการมาเป็นระยะเวลายาวนานก็ยังไม่ประสบปัญหาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กรณีที่ต่างประเทศยืนยันว่าไวรัสชนิดเอ H1N1 คนสามารถนำไปติดในสุกรได้นั้น รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ยังคงติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด รวมถึงกรณีอาจมีการกลายพันธุ์ เชื้อสามารถผสมข้ามสายพันธุ์อื่นได้ การดื้อยา หรือมีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าได้วิตก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ