(เพิ่มเติม) เลือกตั้ง'54: "จำลอง"ฟ้องศาลฎีกาฯขอเพิกถอนการเลือกตั้ง,เล็งฟ้องอาญา กกต.

ข่าวการเมือง Wednesday July 13, 2011 14:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบกรณีจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา

เนื่องจาก กกต.ไม่ระงับประกาศผลการเลือกตั้ง หลังจากที่ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากการดำเนินการควบคุมและการจัดการเลือกตั้งที่ผิดพลาดของ กกต.ทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 2 ล้านคนไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ โดยขอให้ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งเพิกถอนการเลือกตั้งดังกล่าว เพราะมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และขอให้มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่

พล.ต.จำลอง กล่าวว่า การยื่นคำร้องในวันนี้เป็นประเด็นเดิมที่เคยได้ยื่นต่อ กกต.มาก่อนที่ขอให้อย่าเพิ่งรับรองผลการเลือกตั้ง และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่ กกต.ได้รับรองผลไปแล้วบางส่วน จึงจำเป็นต้องมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งให้เพิกถอนการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. และสั่งใหมีการเลือกตั้งใหม่

ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล ตนมีหน้าที่เพียงการรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ตนเองเป็นผู้เสียหายโดยตรงที่ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า กกต.วินิจฉัยไม่ถูกต้อง

"การวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้องของ กกต.ส่งผลให้ผมและคนอื่นๆ รวมแล้วกว่า 2 ล้านคนต้องเสียสิทธิ ซึ่งหากมีสิทธิอาจทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไปจากที่ กกต.ได้รับรองไปแล้ว แต่ขอยืนยันว่าการยื่นคำร้องต่างๆ ไม่ได้มาจากความขุ่นข้องหมองใจกับ กกต. แต่จำเป็นต้องทำตามหน้าที่ที่ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง"พล.ต.จำลอง กล่าว

ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค. พล.ต.จำลองไ ด้ชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งว่าไม่ประสงค์ที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต เนื่องจากเป็นการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตไว้ตั้งแต่เมื่อการเลือกตั้งปี 50 ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้อำนวยความสะดวกให้ จึงถือว่า พล.ต.จำลองได้แสดงเจตนาในการเลือกตั้งแล้ว แต่จากการที่ กกต.วินิจฉัยวินิจฉัยว่า พล.ต.จำลองเสียสิทธิ จึงต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนอีกกว่า 2 ล้านคนที่มีลักษณะแบบเดียวกัน และเชื่อว่าคะแนน 2 ล้านกว่าเสียงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งแน่นอน

ทั้งนี้ จากการที่ กกต.ได้ทราบเหตุผลแล้วจากการยื่นหนังสือเมื่อวันที่ 11 ก.ค. แต่ในเมื่อ กกต.ยังดำเนินการต่อไป ต้องถือว่าเป็นความตั้งใจที่จะเดินหน้าต่อไป โดยไม่ใยดีต่อการเสียสิทธิของ พล.ต.จำลอง และประชาชนอีกกว่า 2 ล้านคน โดยในวันที่ 19 ก.ค.นี้ จะไปฟ้องร้องต่อศาลอาญา เพื่อเอาผิด กกต.ทั้ง 5 คน ในหลายกรณี โดยจะประมวลทั้งหมดในแง่ของคดีอาญา ซึ่งจะมีเอกสารหลักฐานที่แตกต่างออกไป โดยจะเป็นการบ่งบอกว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ยึดความถูกต้องเที่ยงธรรม รวมทั้งกรณีการเพิกเฉยต่อคำร้องยุบพรรคการเมืองที่ได้ยื่นไปก่อนหน้านี้

"กรณีนี้มีความคล้ายคลึงกับกรณีของ กกต.ชุดก่อน ที่เมื่อวันที่ 25 ก.ค.49 ศาลอาญาสั่งจำคุก กกต. 3 คน โดยที่ไม่รอลงอาญา และไม่ให้ประกันตัว ด้วยเหตุผลที่ไม่ต้องการให้ กกต.ชุดดังกล่าวออกมาดำเนินการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม" นายปานเทพ กล่าว

ส่วนกรณีที่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรอง น.ส.ลิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงนั้น โฆษกพันธมิตรฯ กล่าวว่า เป็นเพียงเกมการเมือง เพราะขณะนี้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมีแรงกดดัน โดยเฉพาะกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่ไปกดดันให้ กกต.รับรองสิทธิของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ทำให้ กกต.อาจไม่สามารถรับแรงกดดันได้ จึงยกเว้นการประกาศรายชื่อบางบุคคลไว้ก่อนเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม กกต.ก็มีหน้าที่ในการวินิจฉัยต่อไป หาก กกต.ยังเดินหน้าในการรับรองก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นในการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ