
การชุมนุมของมวลชน ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตามนัดหมายของคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนเที่ยงวัน โดยผู้ชุมนุมได้มารวมตัวกันที่บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ประดับด้วยริบบิ้นลายธงชาติไทย
โดยเมื่อเวลาประมาณ 12.35 น. นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เริ่มขึ้นเวทีปราศรัยอุ่นเครื่องชวนพี่น้องคนไทย ออกมาร่วมแสดงพลังขุดรากถอนโคนระบอบทักษิณ เนื่องจากมองว่าประวัติศาสตร์การเมืองไทยได้วนลูปกลับมาเหมือนเช่นในปี 67 ที่ภายหลังนายเศรษฐา ทวีสิน ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่ากระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง จากนั้นแกนนำพรรคต่าง ๆ เดินทางไปบ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อพบกับนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการตั้งรัฐบาลใหม่ โดยวางตัวให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ต่อจากนายเศรษฐา

ซึ่งในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกครั้ง หลังจากที่น.ส.แพทองธาร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรี แต่นายทักษิณ ยังคงทำหน้าที่เดินเกมจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง ดังนั้นทำให้เราจะต้องกลับมาต่อสู้กันอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ระบอบทักษิณ กลับมามีอำนาจได้เหมือนเดิม และนี่คือสาเหตุที่ว่าเหตุใดทางกลุ่มฯ ยังต้องจัดให้มีการชุมนุมขึ้นอีก แม้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้น.ส.แพทองธาร พ้นสภาพนายกรัฐมนตรีไปแล้ว
"ประวัติศาสตร์หมุนกลับมาที่เดิม วันนี้ทักษิณ กลับมาเหมือนเดิม กำลังฟื้นคืนอำนาจ หากทักษิณ ฟอร์มรัฐบาลได้ เท่ากับวันที่ 29 ส.ค.ไม่มีประโยชน์ที่ศาลตัดสิน เพราะยังฟอร์มรัฐบาลได้ เราต้องกลับมาสู้อีกครั้ง ต้องเริ่มสู้กันใหม่กับการจัดตั้งรัฐบาล ต้องเดินหน้าต่อ ไม่ให้กลับมามีอำนาจเหมือนเดิม" นายพิชิต ระบุพร้อมกันนี้ กลุ่ม คปท. ยังมีข้อเสนอที่เรียกร้องไปถึงรัฐบาลใน 6 ข้อเสนอสำคัญดังนี้
1. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ต้องไม่ใช่บุคคลที่มาจากพรรคเพื่อไทย
2. หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องไม่แตะต้อง หมวด 1 และหมวด 2
3. ต้องยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ที่เคยลงนามร่วมกับกัมพูชา
4. ยกเลิกร่างแก้ไข พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ ที่ขยายสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์นานถึง 99 ปี
5. ยกเลิกร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex)
6. ยกเลิกร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน