
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวภายหลังเข้าพบหารือกับผู้บริหารพรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อขอให้โหวตสนับสนุนนายชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคร่วมไทยสร้างชาติ ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ต่างเป็นเอกภาพในการยอมรับข้อเสนอทุกข้อของพรรคประชาชน
ส่วนข้อเสนอเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทยนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติ คือไม่ควรมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมทุกคดี ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวของพรรคเพื่อไทยนี้ ไม่ได้ขัดกับข้อเสนอเดิมของพรรคประชาชนแต่อย่างใด พรรคเพื่อไทยเพียงแค่เสนอให้พิจารณาเท่านั้น ซึ่งการที่พรรคประชาชนจะทำหรือไม่ทำ ก็ไม่ได้มีผลแต่อย่างใดต่อการร่วมสนับสนุนการตั้งรัฐบาล และในรายละเอียดนั้น พรรคประชาชนจะนำไปพิจารณาต่อไป

นายภูมิธรรม กล่าวว่า การพูดคุยกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาชนในวันนี้ พรรคประชาชนยังไม่ได้รับปาก หรือตัดสินใจว่ายกมือให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคใด เพราะจะต้องมีการนำไปหารือกับคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชนในวันพรุ่งนี้ก่อน (1 ก.ย.) ซึ่งเป็นกระบวนการภายในของพรรค
"เราเห็นว่าการเมืองช่วงนี้วิกฤติ ควรต้องหาทางออกร่วมกัน พรรคร่วมรัฐบาลคุยกันแล้ว จึงได้มาพูดคุยกับพรรคประชาชน...วันนี้พรรคร่วมได้คุยกันแล้ว หัวใจสำคัญคือ ข้อเสนอพรรคประชาชนเรารับหมด พร้อมปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น...เราได้เสนอ และพูดคุยกันว่า ถ้าจะจัดตั้งรัฐบาล วาระสำคัญแห่งชาติคือแก้ไขรัฐธรรมนูญ กติกาที่อยากจะรีเซ็ทการเมืองใหม่ ให้เป็นการเมืองที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้" นายภูมิธรรม กล่าว พร้อมระบุว่า พรรคเพื่อไทยยินดีที่จะยุบสภาเร็วกว่าที่กำหนดไว้ 4 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายสรวงศ์ เทียนทอง, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, น.ส.จิราพร สินธุไพร ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายเดชอิศม์ ขาวทอง, นายชัยชนะ เดชเดโช จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาถึงพรรคประชาชนก่อนเวลา 14.00 น.เล็กน้อย จากนั้นได้เข้าไปหารือกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน รวมเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นจึงออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
โดยก่อนที่บรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลจะเดินทางขึ้นรถกลับ มีบรรดามวลชนจำนวนหนึ่งมารวมตัวอยู่ที่พรรคประชาชน พร้อมตะโกนโห่ไล่ และให้ยุบสภา