เลือกตั้ง'69: "อนุทิน" นำดรีมทีม ภท. ประกาศนโยบาย 4 ด้าน พร้อมแล้ว! สู้ศึกเลือกตั้ง

ข่าวการเมือง Wednesday December 24, 2025 11:08 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เลือกตั้ง'69:

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงนโยบายสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ ในปี 69 พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์, นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย, และ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ พร้อมว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั่วประเทศ ของพรรคภูมิใจไทย ทั้งระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์)

ทั้งนี้ การแถลงนโยบายพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย 4 ด้านหลัก คือ ด้านเศรษฐกิจ, ด้านความมั่นคง, ด้านสังคม และด้านภัยพิบัติ โดยพรรคฯ มีนโยบายสนับสนุนเพื่อแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่

เลือกตั้ง'69:

- โครงการคนละครึ่ง พลัส

- พาเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ที่ 3% พลัส

- เศรษฐกิจสีเขียว

- บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พลัส (บัตรคนจนใหม่)

- ค่าไฟต่ำ3บาท

- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

- การทำ Barter trading (เช่น การจัดซื้อเครื่องบิน และจ่ายชำระด้วยสินค้าเกษตร)

- จ้างงานผู้สูงอายุ (สูงวัยมีรายได้)

- พยาบาลอาสา

- กองทุนภัยพิบัติ

- เรียนฟรีต้องมีจริง

- สร้างกำแพงความมั่นคง ปกป้องคนไทยจากภัยคุกคาม สกัดการลักลอบนำเข้า

- ทหารอาสา 1 แสนอันตรา (เงินเดือน 12,000 บาท)

เลือกตั้ง'69:

- ศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ

นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมแล้วสำหรับการเลือกตั้ง วันนี้ได้ประกาศนโยบาย "พูดแล้วทำ พลัส" เน้นไปที่ด้านเศรษฐกิจ สังคม และการต่อสู้กับภัยความมั่นคง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาบริเวณพื้นที่ชายแดนให้มีความแข็งแกร่ง โดยนโยบายของพรรคภูมิใจไทยสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นแบบองค์รวม เพื่อดูแลทุกมิติในชีวิตของประชาชน ตั้งแต่เกิดจนหมดอายุขัย โดยสังคมที่มั่นคง ต้องเริ่มจากรากฐานที่จะทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี พรรคภูมิใจไทย จะกำหนดนโยบายในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยการเน้นให้ความสำคัญกับเด็ก การศึกษา และสุขภาพ เป็น Thailand Plus หรือประเทศไทยในเวอร์ชั่นใหม่

"ที่ผ่านมา พรรคได้ผ่านการทำงานท่ามกลางสภาวะวิกฤต และภัยพิบัติหนักมาอย่างครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ โรคระบาด หรือแม้กระทั่งความมั่นคงชายแดน และมั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทย ได้เติมเต็มส่วนที่ขาดในทุกมิติเรียบร้อยแล้ว" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว

พร้อมระบุว่า ตลอด 10 กว่าปีที่อยู่กับพรรคภูมิใจไทย ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งพรรคเติบโตขึ้นเสมอ ไม่เคยเล็กลง ดังนั้นจึงขอโอกาสจากประชาชนอย่าทำให้กราฟพรรคภูมิใจไทยตกลง และขอให้กราฟของพรรคพุ่งขึ้นอย่างเต็มที่ เพื่อให้การทำงานในการรับใช้ประชาชน และทำความเจริญให้กับประเทศไทยมีความรวดเร็ว และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ

"เราเลือกตั้ง 3 ครั้ง พรรคเติบโตเสมอ ไม่เคยเล็กลง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้กราฟภูมิใจไทยไม่ตก เพื่อให้การทำงานเพื่อประชาชน รวดเร็ว เต็มศักยภาพ" นายอนุทิน กล่าว

สำหรับภัยของประเทศไทยในปัจจุบันมี 4 ด้านหลัก ได้แก่ ภัยเศรษฐกิจ ภัยสังคม ภัยพิบัติจากทั้งธรรมชาติและจากการกระทำของมนุษย์ และภัยความมั่นคงทางชายแดน โดยพรรคภูมิใจไทย จะทำให้ความหวาดระแวง ความกลัว ความกังวลของประชาชน เปลี่ยนมาเป็นความมั่นคง ความมั่งคั่ง ความเชื่อมั่น

  • ชูนโยบาย "ทหารอาสา" รับใช้ชาติอย่างสมัครใจ

นายอนุทิน กล่าวว่า นโยบายของพรรคจะสร้างรั้วของชาติที่เป็นรั้วป้องกันภัยครบทุกด้าน ทั้งภัยจากการทหาร ภัยสงคราม ภัยยาเสพติด ภัยจากการลักลอบขนของเถื่อน ภัยจากการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร ที่ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของไทยราคาตกต่ำ นอกจากนี้ เราจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศในการป้องกันอาชญากรรม ทั้งเครือข่ายสแกมเมอร์ การพนัน กาสิโน และทุนเทา ให้คนจดจำเลยว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เอาเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด

พรรคภูมิใจไทยจะเปิดโครงการ "ทหารอาสา" เพื่อให้มารับใช้ชาติอย่างสมัครใจและมีอนาคต โดยจะเปลี่ยนคำว่า "ทหารเกณฑ์" มาเป็น "ทหารอาสา" เปิดรับสมัคร 100,000 คนเข้ารับราชการเป็นทหาร 4 ปี มีเงินเดือน 12,000 บาท เพื่อเป็นกำลังของกองทัพทุกเหล่าทัพ ทุกคนจะได้รับการฝึกทักษะ ความแข็งแกร่ง ฝึกอาชีพ ได้รับการศึกษาเพิ่มเติม และมีอนาคตในโอกาสที่จะได้สอบเป็นนายสิบ นายร้อย และเติบโตเป็นนายพัน นายพล

"เมื่อพูดถึงเรื่องการทหารแล้ว สิ่งที่จะต้องประกอบและเดินไปด้วยกัน คือ เรื่องต่างประเทศ การค้า เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยทีมงานได้รับโจทย์ให้ไปคิดออกมาว่าต้องทำให้ประเทศไทยที่มี ย. ยักษ์ เป็น "ไท" ที่ไม่มี ย.ยักษ์ คือมีอิสระเสรีในเวทีนานาชาติ และเวทีโลกทั้งใบ" นายอนุทิน กล่าว

  • สานต่อ Quick Big Win เดินหน้า "คนละครึ่ง พลัส" เฟส 2

นโยบายด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำมีเวลาบริหารประเทศแค่ 2-3 เดือน แต่สามารถกลั่นโครงการ "Quick Big Win" ออกมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ขณะนี้ยังติดหนี้ประชาชนอยู่ 2,400 บาท หากพรรคได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง โครงการนี้จะกลับมาแบบไม่ธรรมดาแน่นอน เพื่อเป็นพลังผลักดันเศรษฐกิจผ่านนโยบายภูมิใจไทย 10 Plus

เป้าหมายพรรคภูมิใจไทย คือ จะใช้พลังผลักดันทางด้านเศรษฐกิจให้คนไทยได้ใช้ความรู้ ความคิด ความสามารถ มาร่วมกันพัฒนากับประเทศให้ได้อย่างเต็มศักยภาพ จะต้องทำให้สินค้าที่ประทับตรา "Thailand" อยู่เหนือคำว่ากำแพงภาษี และทำให้สินค้าไทยพัฒนาขึ้นเป็นสินค้าที่ทั่วโลกต้องการ ไม่ใช่เป็นสินค้าที่ไปเร่ขาย แต่ต้องเป็นสินค้ามีคุณภาพ มีมูลค่าเพิ่ม และมีคุณค่าในตัวเองตามกติกาโลก

"ที่ผ่านมา รัฐบาลได้กำหนดทิศทางให้การดำเนินการต่าง ๆ สอดคล้องกับกติกาใหม่ของโลก หรือ New World Order เช่น เป้าหมาย Net Zero ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าต้องสำเร็จภายในปี 2050 แต่อยากจะเห็นโครงการ Net Zero ของประเทศไทยเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด" นายอนุทิน กล่าว

ขณะเดียวกัน ในด้านภัยคุกคามที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมข้ามชาติ พรรคแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นศัตรูกับสิ่งเหล่านี้อย่างเข้มแข็งและหนักแน่น อยู่ตรงข้ามกับผู้ที่ค้ายาเสพติด เดินหน้าปราบปรามสแกมเมอร์ ทั้งทางด้านกฎหมาย ด้านการใช้หน่วยงานความมั่นคงเข้าไปจัดการ หรือแม้กระทั่งใช้กำลังของกองทัพเข้าไปปราบปรามสแกมเมอร์

"ประเทศไทย ได้ให้ความร่วมมือ และเป็นทางผ่านของผู้เคราะห์ร้ายจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่ถูกพาตัวไปทรมาน และบังคับขู่เข็ญ พรรคภูมิใจไทยตอนเป็นรัฐบาล ยอมเป็นทางผ่านให้กับผู้ร้ายเหล่านั้นได้เดินทางกลับคืนสู่ภูมิลำเนา ทำให้ประเทศทั้งหลายในโลกเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยไม่สนับสนุนในเรื่องของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือสแกมเมอร์ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้คนไทยพ้นจากความทุกข์เท่านั้น แต่ช่วยให้ทั้งโลกพ้นจากอาชญากรรมที่น่ารังเกียจเช่นนี้" นายอนุทิน กล่าว
  • วางตัว "ดรีมทีมเศรษฐกิจ" ชุดเดิม สานต่อนโยบายรัฐบาล

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ผลงานรัฐบาล 3 เดือน ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น พืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าว และมันสำปะหลังมีราคาสูงขึ้น นำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกด้วยศักดิ์ศรี รักษาเกียรติภูมิ รักษาแผ่นดินของประเทศไทย สร้างความเป็นหนึ่งของคนในชาติจากภัยคุกคามของต่างชาติ

ตอนนี้ไม่ว่าจะเดินไปไหนหรืออยู่ที่ไหน หูของตนได้ยินเสียงประชาชนเสมอ ดังนั้น หากเลือกพรรคภูมิใจไทยกลับมา ประชาชนได้ตนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศไทย

ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะเป็นรองนายกฯ ที่กำกับดูแลด้านพาณิชย์ อุตสาหกรรม ส่วนนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะยังคงเป็นรองนายกฯ และเป็นรมว.คลัง แยกเนื้องานชัดเจน คือนางศุภจี จะดูในเรื่องของการค้า การพาณิชย์ เรื่องไทยแลนด์พาส เรื่องการนำสินค้าไทยไปเปิดตลาดทั่วโลก เรื่องการท่องเที่ยว ส่วนนายเอกนิติ จะมาคุมเรื่องการคลัง ค่าเงินบาท นโยบายทางเศรษฐกิจ เรื่องงบประมาณ

"การดึงบุคลากรเหล่านี้ พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีมาก่อน แต่วันนี้มีแล้ว จึงพูดคำว่าภูมิใจไทย "พูดแล้วทำ" เพราะว่าจะมอบทุกอย่างให้กับทุกท่าน ถ้าทำไม่ได้ พรรคไม่พูด เพราะพรรคพูดแล้วทำ และวันนี้ไม่มีข้อจำกัดแล้ว พรรคพูดแล้วทำพลัส ไม่ต้องห่วง 3 ท่านนั้น (สีหศักดิ์ ศุภจี เอกนิติ) มาแน่ ถึงแม้ว่าจะมีคนบอกว่าพวกเขาไม่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่สำคัญ ผมเป็นนายกฯ แต่เผื่อเหลือเผื่อขาด เรามีความคุ้นชินกับแรงปะทะ แต่ 3 ท่านอาจไม่ชิน เดี่ยวก็ชิน เที่ยวนี้ขอให้ท่านทำในสิ่งที่ท่านสบายใจ ไม่มีความกังวล ไม่มีเอ๊ะ มีแต่คำว่า สู้ เมื่อได้สั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองระยะหนึ่ง โดนอภิปรายทางการเมือง เขาเป็นส่วนหนึ่งของเราแน่ ในการทำงานเขาคือคนใน คือ ผู้ร่วมงานของเรา และผมให้คำยืนยัน เราทำได้ดีกว่า สำเร็จกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา" นายอนุทิน กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ