สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา 14 มาตรา 16 และมาตรา 17 พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 กำหนด เพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับชื่อเรื่องที่จะจัดทำประชามติ เหตุผลความจำเป็นที่จะต้องจัดให้มีการทำประชามติ สาระสำคัญ ขั้นตอน และระยะเวลาในการดำเนินกิจการในเรื่องที่ทำประชามติ ประมาณการค่าใช้จ่าย และที่มาของงบประมาณ ที่จะนำมาใช้จ่ายสำหรับกิจการในเรื่องที่ทำประชามติ และประโยชน์ได้เสียที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศชาติ ท้องถิ่น หรือประชาชน รวมทั้งมาตรการป้องกัน แก้ไข หรือเยียวยาความเดือดร้อน หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ พร้อมสรุปเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ซึ่งเอกสาร อยู่ระหว่างดำเนินการจัดส่งให้เจ้าบ้านทุกครัวเรือนด้วย
เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีเนื้อหารวม 30 หน้า โดยระบุเหตุผลความจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 ก.ย.68 และมติของรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.68 และเพื่อให้สอดคล้องกับการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 ว่าจะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและเพื่อธำรงไว้ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
สาระสำคัญเรื่องที่ทำประชามติระบุว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 256 มิได้กำหนดให้อำนาจแก่รัฐสภา ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เมื่อรัฐสภาได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช
โดยผลของการออกเสียงประชามติ ถ้าเป็นกรณี "ไม่เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" จะไม่สามารถดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ส่วนถ้า "เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" ผู้มีสิทธิเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก็จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มเติม หมวด 15/1การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก่อนนำไปสู่การออกเสียงประชามติครั้งที่ 2 การดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และเสนอรัฐสภาให้ความเห็นชอบและดำเนินการจัดทำประชามติครั้งที่ 3
ส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่สามารถประมาณการได้ แต่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ 2560 ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งดำเนินการในปี พ.ศ.2557 ได้รับจัดสรรเป็นเงินจำนวน 112,464,600 บาท
สำหรับข้อดี-ข้อเสียของการออกเสียงประชามติ ระบุว่า ข้อดี ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญ และทำให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 60 จัดทำขึ้นในขณะที่ประเทศไม่ได้ปกครองโดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และมีรัฐสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ทำให้บทบัญญัติบางประการไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย อีกทั้งรัฐธรรมนูญ 60 มีบทบัญญัติหลายประการที่มีปัญหาในการบังคับใช้ การแก้ไขเพิ่มเติมโดยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ จะทำให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติที่มีประเด็นปัญหา ไปในคราวเดียวกัน ซึ่งจะทำให้รัฐธรรมนูญมีเนื้อหาที่สมบูรณ์ และสอดคล้องกันทั้งฉบับ
ส่วนข้อเสีย คือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองมากกว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา เนื่องจากการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา สามารถจำกัดขอบเขตการโต้เถียงให้อยู่ในประเด็นที่แคบลง และทำให้ทุกฝ่ายสามารถมีข้อสรุปร่วมกันได้ง่ายยิ่งขึ้น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอาจทำให้ สิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดการออกเสียงประชามติ