นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งว่า พรรคมีความพร้อมอย่างมากเนื่องจากมีการเตรียมการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเน้นการลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่ประชาชนทวงถามโครงการคนละครึ่งพลัสนั้น เป็นนโยบายที่ชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้แสดงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่จะผลักดันโครงการฯ เฟส 2 ให้เป็นนโยบายหลักของพรรคฯ
สำหรับความคาดหวัง สส.ในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น พรรคมีความคาดหวังในทุกเขตที่ส่งผู้สมัคร โดยกำชับให้ผู้สมัครทุกคนเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด
กรณีผลสำรวจคะแนนนิยมในจังหวัดสงขลาของนิด้าโพลที่พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนำพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอนุทิน ยอมรับในผลโพล แต่ไม่ส่งผลต่อการทำงาน เพราะพรรคยึดถือโพลของตัวเองเป็นหลัก พร้อมชี้ให้เห็นว่าคะแนนนิยมของพรรคในพื้นที่ภาคใต้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากเดิมในปี 2562 ที่มีเพียง 0.6-0.7% ขยับขึ้นมาเป็น 5% ในปี 2566 และปัจจุบันพุ่งสูงถึง 10-20% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีและน่าดีใจอย่างมาก
ส่วนกระแสข่าววิจารณ์เรื่องการล็อคเป้าตัวนายกรัฐมนตรีนั้น ขออย่าพูดเรื่องกระแส เพราะกระแสมันไม่นิ่ง ไหลไปเรื่อยๆ เอาอะไรที่นิ่งๆ ดีกว่า โดยนักวิชาการก็พูดไปตามข้อมูลที่มี และกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ โพสต์เฟซบุ๊คว่ามีการซื้อ สส.เพื่อโหวตให้นายกรัฐมนตรี อ.อ่าง นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็ อ.อ่าง เขาก็ต้องเชียร์หัวหน้าเขา
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ดูแลสนามเลือกตั้งในภาคใต้ กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลว่า ส่วนตัวมีความกังวลเป็นเรื่องธรรมดา ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งต้องเดินหน้าพยายามต่อไป เพื่อนำเสนอสิ่งต่าง ๆ ที่พรรคฯ ได้ทำลงไปในช่วงปี 2562 จนถึงขณะนี้
"กังวลแต่ไม่ได้กังวลมาก เพราะเวลาเปลี่ยน ยุคสมัยเปลี่ยน แต่ผมก็มั่นใจในตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ได้เข้ามาบริหารประเทศและให้ความชัดเจนหลาย ๆ ด้าน ซึ่งมากกว่าทุกยุค" นายพิพัฒน์ กล่าวโดยเป้าหมายการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้นั้น ตนมั่นใจว่าจะได้เก้าอี้ สส.จำนวน 31 ที่นั่ง และจะพยายามทำให้ได้มากกว่านี้ เพราะการช่วงชิงในพื้นที่ภาคใต้นั้นมีประมาณ 3 พรรคการเมือง ซึ่งตนยังมีความมั่นใจว่าจะได้พื้นที่ สส.เขตมากที่สุด โดยยอมรับการทำงานการเมืองไม่ง่าย เราต้องตอบโจทย์ประชาชนให้ได้ในทุกมิติ แต่สิ่งที่สำคัญคือการพูดให้ประชาชนเชื่อว่าพูดแล้วทำได้ ซึ่งจากการที่ได้พบกับแม่ค้าพ่อค้าในตลาดได้รับเสียงตอบรับในโครงการคนละครึ่งพลัสดีมาก
"ไม้เด็ดคงไม่มี พรรคภูมิใจไทยจะนำเสนอในสิ่งที่ทำได้ และไม่นำเสนอโครงการเพ้อฝัน อะไรที่ทำได้จะพยายามทำอะไรที่เป็นนโยบายของพรรค เช่น คนละครึ่งพลัสที่เราก็จะดำเนินการต่อ หากพรรคเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล" นายพิพัฒน์ กล่าวพร้อมเปิดตัววิดีโอแคมเปญเลือกตั้งครั้งใหญ่ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ "พิพัฒน์ หยัดได้" ภายใต้แนวคิดขอโอกาสทวงคืน 30 ปีที่เสียไป ประกาศบทบาทผู้นำการเลือกตั้งภาคใต้ เดินหน้าปลุกพลังประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด โดยยืนยันความพร้อมนำพาภาคใต้กลับมาเป็นหัวใจการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง ภายใต้ นโยบาย 3 เสาหลัก ครอบคลุม 7 ด้านสำคัญ ได้แก่
เสาที่ 1 วางรากฐานและสร้างการพัฒนา ครอบคลุม
- โครงสร้างพื้นฐานทางบก ราง อากาศ และทางทะเล ทั้งถนน รถไฟ สะพาน ระบบโลจิสติกส์ และระบบป้องกันน้ำท่วม
- การยกระดับการท่องเที่ยว
- พัฒนาการค้า เกษตร และประมง
- อุตสาหกรรมยุคใหม่ เพื่อสร้างงานและรายได้ในพื้นที่
เสาที่ 2 ประชาภูมิใจ ครอบคลุม
- การศึกษา ทักษะอาชีพ เทคโนโลยีและ AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และเพิ่มโอกาสให้เยาวชน-คนทำงาน เพื่อให้คนใต้สามารถเรียน ทำงาน และเติบโตในบ้านเกิดได้อย่างมั่นคง
เสาที่ 3 ไทยใต้มั่นคง ครอบคลุม
- สังคมพหุวัฒนธรรม การอยู่ร่วมบนความหลากหลาย ด้วยความเป็นธรรมและโอกาสที่เท่าเทียม
- สันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนใต้
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจและมีบทบาทเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นโยบายภาคใต้ชุดนี้จะถูกผลักดันเป็นนโยบายระดับชาติทันที เพื่อให้ภาคใต้เติบโตและเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย
สำหรับการปราศรัยใหญ่ของพรรคฯ ในพื้นที่ภาคใต้นั้นจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.69 ซึ่งเวทีแรกที่จะเดินทางไปคือจังหวัดระนอง และปิดท้ายที่จังหวัดพัทลุงในวันที่ 6 ก.พ.69 ซึ่งตรงกับเวทีใหญ่ในพื้นที่ กทม.
นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์ที่ต้องจับตาในวันที่ 30 ม.ค.69 ที่จังหวัดภูเก็ต และวันที่ 3 ก.พ.ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี, วันที่ 4 ก.พ.ที่จังหวัดสงขลา และวันที่ 5 ก.พ.ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนายอนุทิน พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะไปขึ้นเวทีปราศรัยในภาคใต้ด้วย