นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะทำงาน เดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการเมืองหลวงในมิติต่าง ๆ โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ
ภายหลังรับฟังบรรยายสรุปเรื่องการบริหารจัดการจราจรด้วยระบบ AI, การบริหารจัดการระบบน้ำท่วม และการใช้งานระบบ Traffy Fondue นายยศชนัน ได้ถ่ายทอดมุมมองเชิงนโยบายโดยเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองหลวงคือ Empower หรือการเพิ่มขีดความสามารถและอำนาจหน้าที่ให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในโครงการที่ กทม. ดำเนินการอยู่แล้วซึ่งพร้อมที่จะเข้ามารับไม้ต่อและขยายผลให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
จากการลงพื้นที่ พบปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ โดยเฉพาะ "ช่องว่างทางงบประมาณ" และข้อจำกัดด้านอำนาจการตัดสินใจที่ กทม. ไม่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้เมื่อเกิดปัญหา กทม. มักตกเป็นจำเลยหลัก ทั้งที่เป็นข้อจำกัดเชิงระบบ ดังนั้น การสร้างความร่วมมือเชิงรุกกับรัฐบาลกลางจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทลายข้อจำกัดเหล่านี้
นายยศชนัน แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของน้ำกระท่อมและกัญชาในชุมชน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงในครอบครัวและการทำร้ายร่างกายบุพการี แนวทางแก้ไขคือต้องนำโมเดล "ศูนย์บำบัดยาเสพติด" จากต่างจังหวัดที่ประสบความสำเร็จมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของคนเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้เสนอแผนผลักดัน "รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย" ผ่านกลไกการบริหารจัดการรูปแบบใหม่ โดยให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอุดหนุน (Subsidize) เมื่อราคาสมเหตุสมผลจะดึงดูดให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น ช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และมุ่งสู่เป้าหมายเมือง Net Zero ด้วยการจัดการขยะเทคโนโลยีขั้นสูง
นอกจากนี้ ยังเสนอการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในลักษณะ Day Trip และการทำ One Stop Service เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer)
รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการยกระดับโรงเรียนสังกัด กทม. ผ่านโมเดลกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) และสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับอาชีวะเพื่อ Upskill และ Reskill แรงงาน ให้มีการ Matching งานที่ตรงกับตลาด เพื่อลดความแออัดในกรุงเทพฯ และเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาเมือง
นายชัชชาติ ระบุว่า กรุงเทพมหานครยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมืองที่จะมาเยี่ยมเรา ซึ่งพรรคเพื่อไทยติดต่อมาเป็นพรรคแรกว่าจะมาศึกษาระบบการบริหารจัดการของกรุงเทพฯ เรายินดีที่จะแลกเปลี่ยนเพราะพรรคการเมืองคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย และไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล เราก็สามารถร่วมกันทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนได้
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เย็นวันนี้พรรคเพื่อไทยจะมีการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่ ลานคนเมืองศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า ซึ่งจะมีการเปิดนโยบายชุดใหม่ช่วยเหลือประชาชนที่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ จะมีการช่วยเหลือเพิ่มเติม ดูแลความเป็นอยู่ให้ดำรงชีพได้อย่างมีคุณภาพ ส่วนผู้ที่มีรายได้สูงรัฐไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ เพราะเป็นผู้มีกำลังเพียงพอ เนื่องจากรัฐมีทรัพยากรจำกัด ต้องเลือกเป้าช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอ ให้กลับมายืนอยู่ให้ได้ สามารถอยู่พ้นน้ำหายใจได้