พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้สมัคร สส.ทั้ง 33 เขตของ กทม.ร่วมเวที
นายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้ยังมีคนไทยกว่า 3.4 ล้านคน เป็นคนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ที่ 3,000 บาทต่อเดือน หรือ ตกวันละ 100 บาท ดังนั้นจะขอสานต่อในสิ่งที่พรรคไทยรักไทยเคยทำมา คือ ทำสงครามกับความยากจนในทุกรูปแบบ
"วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมประกาศนโยบายว่า หากเราได้เข้าไป เราประกาศทันที คนไทยต้องไร้จน และไร้จนอย่างยั่งยืน"นายยศชนัน กล่าวนายยศชนัน กล่าวว่า จะมีกลไกที่ทำให้เห็นถึงรายได้และรายจ่าย และจะให้เอไอช่วยให้เข้าถึงและเติมกระเป๋าเงินให้เขามีรายได้สูงขึ้น
"หากเป็นคนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน เราจะเติมเงินกลับไปให้เต็ม 3,000 บาทต่อเดือน"นายยศชนัน กล่าวนายยศชนัน กล่าวว่า นโยบายนี้คือการดูแลประชาชนให้ถึงที่สุด ด้วยหัวใจความรักประชาชน ไม่มีสิ่งอื่นใดแอบแฝง พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน
นายยศชนัน ย้ำว่า วันที่ 8 ก.พ.นี้ พรรคมองว่า เป็นวันแห่งความหวัง วันที่จะเปลี่ยนประเทศไทย ยกเครื่องประเทศไทยไปตลอดกาล โดยให้เลือกพรรคทั้งคนและพรรค
นอกจากนี้ นายยศชนัน ได้เปิดนโยบาย "สินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างแดน" เป็นหน้าต่างให้กับประเทศไทยขายสินค้าไทยให้กับคนทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของโลก เราช่วยทุกคน
นายสุริยะ ให้ความเชื่อมั่นว่า หากพรรคเพื่อไทยได้สส.เกิน 200 ที่นั่ง สามารถยกเครื่องประเทศไทยได้แน่นอน พร้อมกับประกาศยกเครื่อง "นโยบายคนละครึ่ง" ยกระดับรัฐช่วย 70% ประชาชนจ่าย 30%
"โครงการคนละครึ่งยังจะมีการทำต่อกันได้ นโยบายที่ช่วยคนไทยจริงๆ เราพร้อมเดินหน้าต่อ..เพื่อไทยจะยกระดับจากคนละครึ่ง รัฐช่วย 70% พี่น้องจ่ายแค่ 30% ซึ่งทำได้จริง ถ้ามีแรงในสภามากพอเกิน 200 ที่นั่ง"นายสุริยะ กล่าวนายสุริยะ กล่าวว่า ตลอดเส้นทางการเมือง 25 ปี ตนเป็นนักทำ แต่เป็นนักทำที่ไม่เหมือนคนอื่น เป็นตนเป็นคนที่ทำงานยากๆ งานที่ท้าทาย ถ้างานง่ายๆ ตนไม่ทำ และทุกงานที่ตนตั้งใจไม่เคยล้มเหลว
"ผมทำการเมืองมา 25 ปี นอกจากทำเพื่อชาติบ้านเมือง ผมก็ทำให้หลานมันดู"นายสุริยะ กล่าวนายสุริยะ กล่าวว่า มีบางคนบอกว่า ตนแก่แล้วควรวางมือ ตนแก่ขึ้น แต่แก่ขึ้นทั้งประสบการณ์และองค์ความรู้ คนแก่ขึ้นได้ แต่พรรคไม่ได้แก่ด้วย ยิ่งเวลาผ่านไป พรรคใหญ่ขึ้น มีคนหน้าใหม่มาสานต่ออุดมการณ์ ทำให้ตนรู้จักคนมากขึ้น จึงทำให้ทำงานเร็วขึ้น และเก่งขึ้น
"ผมเชื่อมั่น 100% ผมและพรรคเพื่อไทยทำได้ดีกว่านี้ แต่มีเงื่อนไขว่า ในวันที่ 8 ก.พ.ต้องเลือกให้ถึง 200 คน"นายสุริยะ กล่าวสำหรับนโยบายด้านคมนาคม ต้องทั่วถึง ปลอดภัยและราคาถูก ซึ่งพรรคมีแผนปฏิรูปคมนาคมทุกเส้นทาง พร้อมกับประกาศว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท และรถเมล์แอร์ 10 บาท เกิดขึ้นภายใน 3 เดือน
"รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งมีหลายคนจะเลียนแบบ แต่เลียนแบบไม่ได้ของจริงอยู่ที่นี้ ถ้าเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ภายใน 3 เดือนทำได้แน่นอน"นายสุริยะ กล่าวโดยนโยบายคมนาคม ทางบก มีเปิดเมกะโปรเจกต์ 11 โครงการ การสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่ สายนครปฐม-ชะอำ
ทางราง จะมีการขยายรถไฟรางคู่ เพิ่ม 1,132 กิโลเมตร ครอบคลุมทางใต้ เหนือ อีสาน ผลลัพย์ทำให้รถไฟเร็วขึ้น ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และโบกี้ติดแอร์ครบทุกขบวน รวมถึง รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-หนองคาย จะเร่งรัดให้เสร็จโดยเร็ว
ทางอากาศ ทั้งการขยายสนามบินดอนเมือง เชียงใหม่และภูเก็ต รวมถึงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิให้รองรับได้ถึง 120 ล้านคน
นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยจะสานต่อโครงการบ้านเพื่อคนไทย เพื่อให้ได้บ้านราคาถูกลงและเข้าถึงได้จริง เริ่มต้นเดือนละ 4,000 บาท ไม่มีเงินดาวน์ โดยยืนยันว่า โครงการใดที่ดีต่อประชาชน ทำต่อทันที และไม่เอาการเมืองมาขวางจนทำให้ประชาชนความเดือดร้อน
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันคนกรุงเทพมีรายได้ไม่พอรายจ่าย หนี้สินเพิ่มขึ้น ชีวิตขาดความมั่นคง และทำงานหนักขึ้นแต่ชีวิตยากลำบากกว่าเดิม พรรคเพื่อไทยจึงอาสาเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างชีวิตคนไทยทั้งระบบ
จุดแข็งของพรรคเพื่อไทยตลอดมา อยู่บนหัวใจหลัก 3 ข้อ คือ
1.เรามีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดเสมอ วันนี้เราได้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และถือเป็นคนเดียวในแวดวงการเมืองที่ไม่สาดโคลนใส่ใคร พร้อมนำประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เปลี่ยนประเทศให้เจริญก้าวหน้า
2.พรรคมีผู้สมัคร สส.ทั้ง 400 คน ที่เป็นดีเอ็นเอพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ต่อเนื่อง ทำงานเพื่อประชาชน รับฟังปัญหาประชาชน ไม่มีแบบพรรคอื่น ประกาศตามหาคนหาย
3.เรื่องนโยบาย พรรคได้นำเสนอนโยบายที่ส่งถึงประชาชนจริงๆ และขอนำเสนอ 7 นโยบายหลัก ที่มั่นใจว่า ตอบโจทย์แก้ปัญหาปากท้อง ช่วยในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตอบโจทย์ต่ออนาคตคนกรุงเทพอย่างแท้จริง
โดยนโยบายแรก แก้ปัญหาหนี้สินประชาชนอย่างจริงจังและเป็นธรรม และการแก้หนี้นอกระบบ เช่น นโยบายวงเงินสินเชื่อรายละ 50,000 บาท เพื่อปิดหนี้นอกระบบ ใครเป็นหนี้เสีย 200,000 บาท จ่าย 10% ไม่เกิน 20,000 บาท ปลดหนี้ทันที ยกหนี้ให้กับผู้สูงอายุที่มีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท พักหนี้เกษตรกรไม่เกินรายละ 500,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี
นโยบายแก้ปัญหาเกษตรกร ให้คูปอง 2 ใบ เพื่อนำไปใช้สำหรับปุ๋ยสั่งตัด 250 กิโลกรัม และสำหรับเมล็ดพันธุ์ กล้าพันธุ์รายละ 150 กิโลกรัม และเดินหน้าประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%
นโยบายการปราบปรามยาเสพติดให้สิ้นซาก จะมีการเพิ่มโทษ ยึดทรัพย์ทันที และมีโครงการ 1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด
นโยบายปราบสแกมเมอร์ ปกป้องเงินคนไทย จะเพิ่มโทษยึดทรัพย์ ตั้งกองทุนเพื่อคืนเงินให้แก่เหยื่อผู้เสียหาย ตนในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศว่า ปัญหายาเสพติด และปัญหาสแกมเมอร์ ไม่จบไม่เลิก
นโยบายหวยเกษียณ ขายใบละ 50 บาท ซื้อได้เดือนละ 3,000 บาท สร้างเงินออมให้ผู้สูงอายุ แก่ชราอย่างมีคุณภาพ
นโยบายสนับสนุน SME ไทยให้แข็งแรง วันนี้พรรคเพื่อไทย จะทวงคืนอธิปไตยด้านดิจิทัล สร้างเศรษฐกิจใหม่ที่กินได้จริง สร้างแพลตฟอร์มสัญชาติไทย เพื่อให้คนไทยได้ใช้ เพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อ จัดจ้างจากภาครัฐ
นโยบายการพัฒนาคนไทยสู่เวทีโลก เราจะเดินหน้าธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ เพื่อเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยนโยบาย เรียนได้งบ จบได้งาน ปีละ 1 ล้านคน คนละ 10,000 บาท
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะให้โอกาสกับใครก็ตามที่บริหารประเทศเพียง 2 เดือน แต่ล้มเหลวไปแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำท่วมที่หาดใหญ่ ที่มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก หรือ การจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศไทย ที่สร้างความอับอายให้กับคนไทยทั้งประเทศ เป็นรัฐบาลที่สั้นที่สุดในการพิสูจน์ความล้มเหลว
"การเลือกครั้งนี้ไม่ใช่เวลาลองผิดลองถูก ที่จะเอาคนไม่มีประสบการณ์มาบริหารประเทศ เราให้คุณทดลองแล้ว แต่คุณเอา 14 ล้านเสียงไปเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ ปลุกผีอนุรักษ์นิยมกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง นี้จึงไม่ใช่เวลาทดลองอีกต่อไป จะบอกว่า ให้ลองไปก่อน ถ้าไม่ดี 4 ปีครั้งหน้าไม่ต้องเลือกใหม่ 4 ปีข้างหน้าไม่รู้จะเหลือประเทศให้ซ่อมอีกหรือเปล่า ชีวิตประชาชนไม่ใช่เอามาลองแบบเล่นๆ"นายจุลพันธ์ กล่าว