พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านศิลปวัฒนธรรม น.ส.รชพร ชูช่วย ผู้ร่วมก่อตั้ง และ Design Director สตูดิโอ all(zone)
การศึกษา
- ปริญญาเอก สถาปัตยกรรมศาสตร์ (ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม) The University of Tokyo ประเทศญี่ปุ่น
- ปริญญาโท สถาปัตยกรรมศาสตร์ Columbia University in thr City of New York สหรัฐอเมริกา
- ปริญญาตรี สถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประสบการณ์
- 2545-2565 อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

- กรรมการมูลนิธิเจมส์ เอช.ดับเบิลยู. ทอมป์สัน
- 2565 เป็นต้นมา ได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษในตำแหน่ง Louis I. Kahn Assistant Visiting Professor จาก Yale School of Architecture สหรัฐอเมริกา
ด้วยประสบการณ์การสอนร่วม 2 ทศวรรษทั้งในและต่างประเทศ เจ้าของปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยโตเกียว สถาปนิกและนักออกแบบ เจ้าของผลงานพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งแรกของไทยที่เชียงใหม่ น.ส.รชพร สะท้อนมุมที่ชาวต่างชาติมองเข้ามาในไทย "จริง ๆ กระทรวงวัฒนธรรมไม่ต้องทำอะไรเยอะเลย แค่ช่วยเป็นผู้อำนวยความสะดวกก็พอ"
น.ส.รชพร ยืนยันว่า วัฒนธรรมไทยยังมีพื้นที่ให้เติบโตและต่อยอดไปได้ไกลมาก เพียงส่งเสริมให้ถูกจุด ในยุคที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเศรษฐกิจปีนี้ เผาจริง คงถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องงัด ทุนวัฒนธรรม อันรุ่มรวยมารับมือสักตั้ง ทำอย่างไรให้วัฒนธรรมไทยไม่เพียงขายได้ แต่ยังแข็งแกร่งประหนึ่งอาวุธลับของประเทศ
น.ส.รชพร กล่าวว่า วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา แล้วกลายเป็นอัตลักษณ์ประจำของพื้นที่หนึ่ง ๆ ที่คนจำนวนมากแบ่งปันกัน แต่ตอนนี้ที่ใช้กันอยู่ เราขายแค่การท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ยังมีด้านอื่นๆ อีก อาทิ งานด้านศิลปะ อาหาร ซึ่งหากได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศได้ในระยะยาว
น.ส.รชพร กล่าวว่า ต้องมองว่าวัฒนธรรมไม่ควรเป็นของแช่แข็ง และไม่ควรมีคำว่าผิดหรือถูก วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีพลวัต เปลี่ยนได้ตลอดเวลา ซึ่งมีทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิมและวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ต่อยอดมาจากของดั้งเดิม แต่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาด้วย เวลามีข้อมูลใหม่ ๆ เทคโนโลยีหรือวัสดุใหม่ ๆ ทุกอย่างก็ปรับตามไปด้วย
ช่วงที่ผ่านมา เข้าใจว่าซอฟต์พาวเวอร์เป็นภาคต่อของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่พรรคเพื่อไทยผลักดันมา แต่ว่าตอนนี้ขายแล้วของมันซ้ำ เราก็ต้องลงลึกกว่าเดิม แล้วต้องศึกษาเพื่อทำให้ของที่เราจะขายมีอะไรมากกว่าเดิม ซึ่งมองว่าสิ่งที่ยังขาดคือเนื้อหา อย่างที่บอกไปว่ากระทรวงวัฒนธรรมควรรับหน้าที่จัดการเนื้อหาหรือความรู้ตรงนี้หรือให้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ทำ ก็ต้องคุยกัน
น.ส.รชพร กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีบุคลากรที่มีความรู้และศักยภาพสูง ทั้งด้านศิลปะ โบราณคดี และศิลปะร่วมสมัย แต่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ บทบาทที่เหมาะสมของกระทรวงวัฒนธรรมแค่ช่วยเป็นผู้อำนวยความสะดวกก็พอ ไม่ว่าศิลปิน คนทำหนัง ไปจนถึงแวดวงนักออกแบบ มองว่าการตั้งกองทุนให้ยืม แล้วพอทำงานได้ก็นำเงินไปคืน แบบนี้รัฐแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
"กระทรวงไม่ต้องทำอะไรยาก แค่ช่วยสนับสนุนคนเหล่านี้ให้เขาต่อลมหายใจไปได้เรื่อย ๆ อีกเรื่องที่จะเป็นคุณูปการอย่างสูงคือเรามีองค์ความรู้อยู่เยอะ แต่กระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ เรามีมหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่าง ๆ ทำวิจัยเรื่องวัฒนธรรมเยอะมาก ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้านทั้งหลาย แต่เวลาต้องการค้นหากลับไม่รู้จะไปหาที่ไหน เราเชื่อว่ามีของน่าสนใจในภูมิภาคเยอะมาก แล้วเคยคุยกับอาจารย์มหาวิทยาลัยตามภูมิภาค เขาให้ความรู้เราแบบมหัศจรรย์มากเลย" น.ส.รชพร ระบุกระทรวงวัฒนธรรม ควรทำหน้าที่จัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) แล้วทำเป็นอินเทอร์เฟส เพราะตอนนี้ความรู้ยังกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ และควรร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ อย่างเช่นกระทรวง อว. (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) ที่มีส่วนงานด้านวัฒนธรรมอยู่ด้วย แต่ต้องระวังการทำงานซ้ำซ้อนกัน อีกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กระทรวงศึกษาธิการ แล้วยังมีสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอีก น่าจะต้องหาวิธีทำงานร่วมกันเพื่อให้แลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลจำนวนมากที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ
หากพรรคประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาล นโยบายเร่งด่วนที่สุดด้านวัฒนธรรมที่จะผลักดันคือ การกระจายอำนาจ เรื่องนี้เร่งด่วนที่สุด สำหรับนโยบายในเชิงวัฒนธรรม คนเก่งมีเยอะมาก แต่ยังขาดพื้นที่ในการทำงาน เราจึงต้องทลายการทำงานแบบไซโลให้ได้ และไม่ควรจำกัดอยู่แค่อำนาจกระทรวงด้วย ฉะนั้นนโยบายเร่งด่วนเบอร์หนึ่งคือต้องทลายกำแพงให้หมด
ตอนนี้พรรคประชาชนมีนโยบายวัฒนธรรมที่พูดเรื่อง Spicy Thailand คำว่าสไปซีไม่ใช่แค่รสชาติอย่างเดียว มันมีความสนุกปนอยู่ในนั้น มีความเป็นกันเอง การเรียนการสอนก็ต้องทำให้สนุกด้วย ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดได้ต้องไม่กลัวผิดก่อน ถ้าเราทำให้การเรียนการสอนมีทั้งการลองผิดและลองถูก แล้วทั้งสองอย่างนี้ก็ไม่ต่างกัน ผิดก็ได้ถูกก็ได้ค่อย ๆ เรียนกันไป ก็น่าจะทำให้เกิดพัฒนาการทางการศึกษาทั้งในเชิงคนที่เรียนวัฒนธรรมและเรียนด้านการผลิตวัฒนธรรมได้มากกว่านี้อีกมาก