นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แสดงวิสัยทัศน์ในงานสัมมนา "ทิศทางไทย : Thailands vision 2035" ประกาศถึงเวลาเปลี่ยนประเทศครั้งใหญ่ หวั่นไทยโตช้าสุดในอาเซียน ชูนโยบาย 12 วาระเปลี่ยนประเทศ ผ่าน 4 คานงัดทางยุทธศาสตร์
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเป็นประเทศที่โตช้าที่สุดในอาเซียน และจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปีนี้ คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 1.5% สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือศักยภาพที่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ประเทศไทยกำลังย่ำแย่ คนทำงาน ผู้ประกอบการ SME พ่อค้าแม่ค้า และเกษตรกรกำลังเผชิญกับมรสุมที่หนักที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ในขณะที่การลงทุนจากภายนอกหดหาย เงินในประเทศไหลออก แต่เงินเทากำลังทะลักเข้ามาทำลายประเทศ
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราไม่ได้แพ้เพราะประเทศไทยขาดคนเก่ง แต่เพราะระบบสีเทา ๆ ที่ไม่ได้แข่งกันที่ความรู้ความสามารถ แต่แข่งกันที่ใคร ใครมีเส้น ใครมีสี ใครมีส่วยไว้จ่ายได้มากกว่ากัน
ดังนั้น พรรคประชาชนจึงขอเสนอ 12 วาระเปลี่ยนประเทศ ที่สรุปออกมาเป็น 4 คานงัด ซึ่งดูแลโดยรองนายกรัฐมนตรี 4 คน ภายใต้รัฐบาลประชาชน เพื่อรื้อระบบสีเทา ดังต่อไปนี้
พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ทุกวันนี้เงินในไหลออก เงินนอกไม่เข้า เงินเทาทะลัก คือปัญหาเร่งด่วนของประเทศไทย ถ้าไม่เร่งปฏิรูปรัฐให้ Lean และ Clean เงินลงทุนใหม่ ที่เป็นเงินลงทุนคุณภาพ จะย้ายฐานหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านหมด
รัฐบาลประชาชน จะเร่งปราบปรามการทุจริตคอรรัปชัน และทุนสีเทา เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น ด้วยรัฐโปร่งใส ยกเลิกใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ทำให้ทุกใบอนุญาต สามารถรู้ผลได้ทันทีเมื่อยื่นคำขอทางดิจิทัล และเมื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นได้แล้ว เราจะมีพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า รัฐบาลประชาชนจะใช้เงินจากทุกกระเป๋า ทั้งจากนักลงทุน และจากภาครัฐ เพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ภายในประเทศ ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมียุทธศาสตร์ เปลี่ยนปัญหาของประเทศให้เป็นอุตสาหกรรม รัฐบาลประชาชนจะเปลี่ยนภาระของประเทศให้เป็นพลัง เช่น การพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ให้สอดรับกับสังคมสูงวัย โดยใช้การจัดซื้อจัดจ้างในระบบสาธารณสุขภาครัฐ มาดูแลผู้สูงวัย เช่น อุปกรณ์ Telemedicine ที่เราจะจัดหาให้แก่ อสม. และ รพ.สต. ไว้ใช้ดูแลผู้สูงอายุ และคนที่มีภาวะพึ่งพิงตามบ้าน และชุมชนต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน ยังสนับสนุนให้เกิดการต่อยอดไปที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เศรษฐกิจ Wellness ซึ่งไทยมีจุดแข็ง สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ถือเป็นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศของรัฐบาลประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การทำเกษตรสมัยใหม่ และเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นต้น สิ่งจำเป็นพื้นฐาน ในการสร้างอุตสาหกรรมเหล่านี้ คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้อุตสาหกรรมเหล่านี้ เกิดเติบโต และแข่งขันได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลประชาชนจะเร่งลงทุนในคน เมือง ดิจิทัล และความยั่งยืน ผ่านการทำโครงการ Megaproject สีส้ม ซึ่งตั้งเป้าการลงทุนไว้ 6.3 แสนล้านบาท ภายใน 8 ปี โดยเราจะไม่เน้นโครงการยักษ์ใหญ่ที่กระจุกตัว แต่จะกระจายการลงทุนภาครัฐออกไปทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ไปพร้อม ๆ กับการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนคุณภาพ เพื่อสร้างงานคุณภาพ ให้เกิดขึ้นในอย่างน้อย ๆ 15 หัวเมืองทั่วทั้งประเทศ
"รัฐบาลประชาชนจะทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น ผ่านการปฏิรูปรัฐ ให้รัฐมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และมียุทธศาสตร์ในการลงทุนที่ชัดเจน" นายณัฐพงษ์ กล่าวปลดล็อกที่ดิน หยุดแช่แข็งชนบทไทย คืนชีวิตให้ SMEs และเกษตรกรไทย เศรษฐกิจภาพใหญ่จะแข็งแรงไม่ได้ ถ้าฐานรากไม่มั่นคง รัฐบาลประชาชนจะติดปีกให้ SMEs เพื่อให้ทุนเล็กมีแต้มต่อเมื่อสู้กับทุนใหญ่ และสนับสนุนทุนใหญ่ให้ไปแข่งขันกับทุนต่างประเทศ ตัวอย่างนโยบายเพื่อทุนเล็ก เราจะใช้หวยใบเสร็จ SMEs กระตุ้นให้คนหันมาเข้าร้านเล็กมากขึ้น และดึงธุรกิจเข้าสู่ระบบเพื่อรับการสนับสนุนที่รัฐบาลเตรียมไว้ให้
โดยจะใช้มาตรการคนละครึ่งในการกระตุ้นครั้งแรก แต่หวยใบเสร็จจะทำให้ร้าน SMEs มียอดขายเพิ่มขึ้นในระยะยาว มากกว่าแค่กระตุ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวอย่างเดียว สนับสนุนคูปองคืน VAT 50,000 บาทต่อราย พร้อมวงเงิน Transformation Loan 1 แสนล้านบาท เพื่ออัปเกรดเทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้ทุกผู้ประกอบการเติบโตได้เต็มศักยภาพ เราจะปราบสินค้านำเข้าที่ไม่มีมาตรฐาน ที่เอาเปรียบผู้ประกอบการไทย คุมค่า GP ธุรกิจแพลตฟอร์ม และคุ้มครองเครดิตการค้าให้จบภายใน 45 วัน เพื่อไม่ให้ SMEs ถูกเอาเปรียบ รัฐบาลประชาชนจะยกระดับเกษตรกรไทยให้เป็นเกษตรก้าวหน้า แก้หนี้แบบยั่งยืน
"เราจะไม่แค่พักหนี้ แต่จะปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมกับปรับโครงสร้างการทำเกษตร เราจะลดหนี้ให้และสนับสนุนงบขุดบ่อน้ำและเปลี่ยนพืชปลูก เพื่อเปลี่ยนที่ดินเดิมให้ทำเงินได้มากกว่าเดิมหลายเท่า ส่วนเกษตรกรสูงวัยที่จ่ายแต่ดอกมาทั้งชีวิต ถ้าจ่ายเกินต้นมาแล้ว เราจะยกหนี้ให้ ถ้าจ่ายยังไม่เกินเงินต้น จะลดหนี้ให้ครึ่งหนึ่ง" นายณัฐพงษ์ กล่าวนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องเปลี่ยนที่ดินเป็นทุน ปลดล็อกพื้นที่ 70 ล้านไร่ ให้เป็นโฉนด รวมทั้งเปลี่ยน สปก. เป็นโฉนด ที่ก็เพิ่ม ป่าก็เพิ่ม
รัฐบาลประชาชน จะออกแบบระบบดูแลคนไทยใหม่ทั้งชุด ตั้งแต่เกิดจนวันสุดท้าย เริ่มต้นอย่างมีคุณภาพ เราจะลงทุนในเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา ตรวจครรภ์ รับ 3,000 บาท เบี้ยเด็กเล็กปีแรก 600 บาท/เดือนถ้วนหน้า และทยอยเพิ่มเป็น 1,200 บาท/เดือนใน 4 ปี เพื่อให้ก้าวแรกของชีวิตมั่นคงที่สุด ควบคู่ไปกับการปฏิรูปการศึกษาด้วยการ คืนครูให้ห้องเรียน เพิ่มอำนาจให้โรงเรียนในการพัฒนาหลักสูตรใหม่ พร้อมกับลดภาระงานเอกสารเพื่อให้ครูมีเวลาปั้นเด็กไทยให้ กล้าคิด ทำเป็น และมีคูปองการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้เยาวชน เพื่อให้พวกเขาเติบโตมาพร้อมกับทักษะที่โลกยุคใหม่ต้องการ
อย่างไรก็ตาม ต้องยกระดับวัยทำงาน เราจะติดอาวุธให้แรงงานไทยแข่งกับโลกได้ผ่านคูปองอัปสกิล ที่รัฐซัพพอร์ตเงินให้คนและบริษัทเลือกอบรมทักษะที่ต้องการจริง โดยมี AI ช่วยแนะนำทักษะอาชีพ และที่สำคัญรายได้ต้องเป็นธรรม เราจะปรับสูตรค่าแรง ให้ขึ้นตามค่าครองชีพและทักษะที่เพิ่มขึ้น พร้อมสร้างตาข่ายรองรับผ่านประกันสังคมยุคใหม่ ที่ครอบคลุมถึงแรงงานนอกระบบและพี่น้องไรเดอร์ ให้ทุกคนมีประกันภัยและกองทุนบำนาญได้เหมือนแรงงานในระบบ ดูแลอย่างมีศักดิ์ศรี รวมทั้งยกระดับบำนาญผู้สูงอายุ
รัฐบาลประชาชนจะสร้างกองทัพที่ทันสมัย โปร่งใส อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน เปลี่ยนการบังคับเกณฑ์ทหาร เป็นทหารอาชีพ และสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไปในคราวเดียวกัน รัฐบาลประชาชน จะเตรียมการบริหารจัดการสาธารณภัย ไปพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนวิกฤตอากาศ ขยะ และโลกรวน ให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศ
"การทูตโปรไทย เราจะไม่โปรมหาอำนาจใด แต่จะโปรไทย โดยยึดผลประโยชน์ของคนไทยเป็นที่ตั้ง เราจะกลับไปมีบทบาทนำในอาเซียนเหมือนที่เคยทำสำเร็จในอดีต เราจะใช้ปัญหาที่อยู่รอบบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสแกมเมอร์ ยาเสพติด สารพิษในลุ่มน้ำโขง และความขัดแย้งทางการเมือง เป็นโอกาสที่ทำให้ไทยกลับมามีบทบาทสำคัญบนเวทีโลกโดยไม่ตกเป็นลูกไล่ของมหาอำนาจ" นายณัฐพงษ์ กล่าวนายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ในส่วนกระบวนการยุติธรรมต้องเป็นหลักพิงสุดท้ายของประชาชนให้ได้จริง ๆ ไม่ใช่เครื่องมือของคนมีเส้นสาย เราจะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ในต้นน้ำต้องทำลายวงจรตั๋วและส่วย ขจัดการซื้อขายตำแหน่ง ฟื้นฟูศรัทธาองค์กรตำรวจ ทำให้ตำรวจกลับไปโฟกัสที่ภารกิจในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ส่วนกลางน้ำ เปลี่ยนเรือนจำจากที่คุมขังให้เป็น พื้นที่สร้างชีวิตใหม่ จับคู่ผู้ต้องขังกับตลาดแรงงานตั้งแต่อยู่ข้างใน เพื่อให้เขากลับสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและกลับไม่กลับมาทำผิดซ้ำ
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังย้ำถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลว่า โจทย์ของเราคือการตั้งรัฐบาลประชาชน การทำงานร่วมกันของคณะรัฐมนตรีควรจะเอาวาระเป็นตัวตั้ง ไม่แบ่งกระทรวงใครกระทรวงมัน ต่างคนต่างทำ รัฐมนตรีประจำกระทรวงที่ถูกเสนอชื่อจากแต่ละพรรคร่วมควรมีคนเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถของสายงาน
"การตั้งรัฐบาลครั้งหน้า ผมเห็นหลายพรรคสื่อสารรับหลักการที่ว่าพรรคอันดับหนึ่งควรได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน และอีกอย่างหนึ่ง ผมอยากจะให้เป็นความโปร่งใสในการเจรจาทางรัฐบาลร่วมกันให้อยู่ในสายตาประชาชน" นายณัฐพงษ์ กล่าว