นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุลรองหัวหน้าพรรคฯ ลงพื้นที่ตลาดรวมทรัพย์ ย่านอโศกมนตรี ซึ่งเป็นย่านสำนักงาน และมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ หาเสียงในพื้นที่เขตคลองเตย-วัฒนา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนกลุ่มวัยทำงานที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า และรับประทานอาหารกลางวันในช่วงพักเที่ยง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของ "นิด้าโพล" ที่วิเคราะห์ว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะได้ สส. 40 ที่นั่งว่า การจะได้ สส.กี่ที่นั่งนั้น ขึ้นกับอยู่กับการกระจายของคะแนนเสียง แต่ตนก็อยากได้คะแนนเสียง และความนิยม ที่ตอนนี้สัมผัสได้ให้กลายมาเป็นคะแนน สส.ในเขตเลือกตั้งด้วย

ส่วนการประเมินกระแสตอบรับของพรรค หลังจากลงพื้นที่หาเสียงจะเพิ่มขึ้นกว่าช่วงตอนเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เดิมตั้งเป้าไว้เฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งน่าจะเป็นไปตามที่คาดหวัง แต่จะต้องทำให้ได้มากกว่านี้ และในเขตเลือกตั้ง พื้นที่ภาคใต้ตนมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่อื่น ก็ยังคงต้องทำงานอย่างหนักอยู่
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ประชาชนกลับมาให้ความสนใจพรรคฯ อีกครั้งนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ระหว่างการลงพื้นที่กรุงเทพฯ หากเสียงกรี๊ด และการกอดกลายเป็นคะแนนทั้งหมด ก็จะเป็นเรื่องดี"

ส่วนที่ขณะนี้เริ่มมีการวิเคราะห์จับขั้วรัฐบาลแล้วนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ความชัดเจนกับประชาชนว่า หากพรรคประชาธิปัตย์มีเสียงที่มากพอ และได้เข้าไปอยู่ร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นหลักประกันให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการปราบทุจริต ปัญหาทุนเทา และไม่สร้างประเด็นที่แยกแตก หรือเกิดการทุจริต
ส่วนจุดยืนการรณรงค์ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายอภิสิทธ์ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายที่ชัดเจนว่า แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จะผ่านการออกเสียงประชามติแล้ว แต่ก็ยังติดขัดในมาตรา 256 ซึ่งที่ผ่านมา แม้จะมีข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์รู้สึกเสียดาย เพราะที่ผ่านมา การพยายามแก้ไข มาตรา 256 เหมือนรัฐสภาจะตกผลึกแล้วว่าจะไม่มีการแก้ไขหมวด 1-2 จึงแปลกใจที่รัฐบาลเป็นผู้เลือกคำถาม เหตุใดจึงไม่มีการเจาะจงว่าเป็นการยกร่างฉบับใหม่ โดยไม่มีการแตะหมวด 1 และหมวด 2
"ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะดูแลไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด 2 และอยากเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง ที่เคยตกลงกันได้แล้ว ประกาศเช่นเดียวกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจในการลงมติเห็นชอบ" นายอภิสิทธิ์ ระบุ