พรรคประชาธิปัตย์เปิดแผนปฏิบัติการ 90 วัน เปิดภารกิจเร่งด่วน 10 ข้อ รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจไทย มุ่งสู่เป้าหมายการเติบโตของ GDP ไม่ต่ำกว่า 5% ภายใน 4 ปี โดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรค ร่วมกันตอกย้ำวิสัยทัศน์ "ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น" ชูแผนปฏิบัติการเร่งด่วน 90 วันแรก รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

ภารกิจที่ 1
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งกลุ่มเร่งด่วนที่สุด 2 กลุ่มคือเรื่องอุทกภัยหาดใหญ่ และการสู้รบชายแดน จะต้องได้รับสิทธิ์เป็นพิเศษ
- ให้สิทธิเบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ เงินอุดหนุนแม่และเด็ก เงินออมแรกเกิดทันที
- ปรับราคารถไฟสายสีม่วงและสีแดงเป็น 5-30 บาท และจัดตั้งกองทุนตั๋วร่วมทันที
ภารกิจที่ 2 ทำให้ร่างกฎหมายสำคัญผ่าน ครม. แก้กฎหมายและกฎระเบียบ เพิ่มการบังคับใช้
- Super Act แก้กฎหมายที่ล้าสมัย
- กฎหมาย OpenData Act
- ปรับกฎระเบียบที่จำเป็นเพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่

- เพิ่มการบังคับใช้ "สัญญาจ้างที่เป็นธรรม" ให้ platform workers และบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้า เพื่อสนับสนุน SMEs
- แก้กฎหมายกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อจัดทำสลากออมทรัพย์จังหวัดและเงินออมแรกเกิด
ภารกิจที่ 3 บรรจุโครงการที่ต้องใช้งบประมาณปี 2570
- โครงการประกันรายได้เกษตรกร และโครงการประกันรายได้แรงงาน
- โครงการบุพเฟต์การศึกษา โครงการคูปองการศึกษา reskill-upskill, E4A
- โครงการรถไฟฟ้าบวกรถเมล์ ค่าโดยสารสูงสุด 5-30 บาทต่อเที่ยว
- โครงการสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง

- โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรายอุตสาหกรรม
- โครงการสนับสนุนการติดตั้ง solar cell ของประชาชน
ภารกิจที่ 4 เปิดใช้ "แพลตฟอร์มส่องรัฐ" เปิดข้อมูลการใช้งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างให้ประชาชนตรวจสอบได้
ภารกิจที่ 5 ปฏิรูประบบราชการ: จัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินแห่งชาติ จัดการกลไกภาครัฐที่ทับซ้อนกันอยู่
ภารกิจที่ 6 จัดการสแกมเมอร์ และป้องกันการฟอกเงินเทา:
- จัดการไม่ให้มีบุคลากรที่เป็นอุปสรรคต่อการปราบปรามทุนเทา
- อายัดทรัพย์ที่ไม่สามารถพิสูจน์ที่มาได้
- ปรับกฎหมายเพิ่มความเข้มงวดการเป็น nominees

- แก้กฎหมายเพิ่มความเข้มงวดในการใช้เงินสดซื้อทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือ ทอง
- ใช้ AI ตรวจจับเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ
ภารกิจที่ 7 พลังงาน
- เปิดเสรีติดตั้ง Solar Cell
- ต่ออายุการใช้งานโรงไฟฟ้าที่หมดสัมปทาน
- เปิดข้อมูลจัดซื้อไฟฟ้า กฟผ. ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้
ภารกิจที่ 8
- ตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมขับเคลื่อน New Growth Engines และจัดตั้งกองทุน SMEs/Start-ups Strategic Fund พร้อม ตั้งคณะทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เร่งสรุปการเจรจาภาษีสหรัฐ และ Thai-EU FTA
- ภารกิจที่ 9
- ลดฝุ่น PM 2.5 ระงับการซื้อพืชผลข้ามชายแดนจากพื้นที่ที่มีการเผา
- ผลักดันกฎหมายสิ่งแวดล้อม 3 ฉบับเข้าสภาทันที
ภารกิจที่ 10 หาดใหญ่ไม่ซ้ำ ความล้มเหลวไม่เกิดอีก
- ยกระดับหน่วยงาน ปภ.
- ออกมาตรการ Soft Loans ไร้ดอกเบี้ย 1 ปี
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้สูญเสียโอกาสไปมากแล้ว ตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา จึงได้นำเสนอนโยบายที่ใช้คำว่า "ไทยหายจน" ตั้งแต่เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าให้วัดผลงานภายใน 4 ปี เศรษฐกิจไทยจะต้องกลับไปเติบโตอย่างน้อย 5%
"วันนี้สิ่งที่ต้องการจะบอกกับประชาชนคนไทย เรามีความพร้อมตั้งแต่วันแรก และไม่อยากให้มอง 90 วันแรกที่ดูเหมือนจะเป็นกรอบเวลาที่สื่อมวลชนมักจะกดดันถามพรรคการเมือง ไม่อยากให้บอกว่า 90 วันแรกจะมีนโยบายทำนองลดแลกแจกแถมอย่างไรแล้วจบกันไป เพราะสิ่งที่เราพยายามจะบอกมาตลอด คือเรื่องใหญ่ในการแก้ไขปัญหาโครงสร้าง แต่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง คนมักจะมองว่าทำทีหลัง ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ การแก้ไขปัญหาโครงสร้าง ยิ่งใช้เวลานานยิ่งหมายความว่าต้องเริ่มต้นเร็ว...ดังนั้น 90 วันที่ประกาศ จะเป็นเข็มทิศ ซึ่งจะมีหน่วยงานเฉพาะกิจเข้ามาติดตาม เพื่อให้มีหน่วยงานเข้ามากำกับดูแล และเกิดขึ้นได้จริงตามที่ประกาศกับประชาชน" นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้านนายกรณ์ กล่าวว่า การทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโต 5% นอกจากจะปรับบทบาทภาครัฐและโครงสร้าง จะต้องหารายได้จากการจัดการสินทรัพย์ภาครัฐ ให้มีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน ลดการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ลดหนี้สาธารณะ โดยจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินแห่งชาติ เพิ่มประสิทธิภาพ การใช้สินทรัพย์ภาครัฐ
โดยจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในเชิงธุรกรรม รวมถึงที่ดิน อาคารของรัฐ ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ที่ยังไม่นำมาใช้ประโยชน์ เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่รัฐลงทุนไปแล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาใช้ ได้แก่ ระบบสายส่งไฟฟ้าที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สร้างไว้อยู่แล้ว โดยให้เอกชนทำสัญญาขายตรงขายไฟฟ้าผ่านสายส่งของ กฟผ. ขณะเดียวกันภาคการเกษตรต้องปฏิรูปดูแลเกษตรกรระยะสั้น วิธีการนำโครงการประกันรายได้มาปรับปรุงให้ทันสมัย ภาระหนี้สินเกษตรจะมีการรับซื้อจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยไม่มีการพักหนี้
ขณะที่นางการดี กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ในการเปิดข้อมูล ทรัพย์สินที่ยังมีมูลค่ามหาศาลและต่อยอดได้มากที่สุดก็คือข้อมูล และผู้ที่เป็นเจ้าของข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดและส่งคุณค่าที่สุดและเชิงลึกที่สุดสามารถทำประโยชน์ได้อีกมากมายคือรัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการข้อมูลของภาครัฐได้ง่ายและมากขึ้น และลดความซ้ำซ้อนทำให้เกิดความโปร่งใส ปลอดภัยสำหรับคนทุกคน เพื่อต่อยอดสร้างยุทธศาสตร์ ให้กับธุรกิจองค์กร การเชื่อมต่อและการที่สามารถใช้งานได้จริง
นายวีระพงษ์ กล่าวถึงการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่วางเป้าหมาย 6 อุตสาหกรรมหลักที่มุ่งเน้นการคงจุดแข็งไว้และฐานที่มีอยู่ พร้อมทั้งปรับแก้จุดอ่อน ได้แก่ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว/ภาคการเงิน อุตสาหกรรมพลังงานทางเลือก