เลือกตั้ง'69:ดุสิตโพลชี้คนไทยเข้าใจรัฐธรรมนูญน้อย กระแสนิยม"เท้ง ณัฐพงษ์"-ปชน.ยังคงนำ

ข่าวการเมือง Sunday January 25, 2026 10:26 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เลือกตั้ง'69:ดุสิตโพลชี้คนไทยเข้าใจรัฐธรรมนูญน้อย กระแสนิยม

"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง"คนไทยกับการทำประชามติและการเลือกตั้ง 2569" กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,269 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม)ระหว่างวันที่ 20-23 มกราคม 2569 ในประเด็นเกี่ยวกับการทำประชามติ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 53.15 เคยอ่าน/ศึกษารัฐธรรมนูญ 2560 บางส่วน โดยรวมคิดว่าตนเองเข้าใจรัฐธรรมนูญ 2560 เล็กน้อย ร้อยละ 47.82 มองว่าข้อดีคือ มีกลไกตรวจสอบนักการเมืองเข้มแข็ง ร้อยละ 37.99 ข้อจำกัด คือ เปิดช่องให้กลไกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจสูง ร้อยละ 41.65 ข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องการรู้เพื่อช่วยในการตัดสินใจโหวตประชามติ คือ บทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนในรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 50.29 ทั้งนี้มองว่ารัฐธรรมนูญค่อนข้างเกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน ร้อยละ 38.70

เมื่อถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 33.14 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 20.76 ภูมิใจไทย ร้อยละ 16.57 ด้าน สส. เขต จะเลือกสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 31.16 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 21.20 ภูมิใจไทย ร้อยละ 18.11 และอยากให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ปชน.) เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 33.80

นส.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนว่ารัฐธรรมนูญยังเป็นเรื่องไกลตัวในด้านความเข้าใจแต่ใกล้ตัวในด้านผลกระทบ ส่วนใหญ่เคยอ่านรัฐธรรมนูญเพียงบางส่วนและรับรู้แค่คร่าว ๆ จึงต้องการข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าประชาชนมีบทบาทอย่างไร และรัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างไร ขณะที่การเลือกตั้งปี 2569 กระแสความนิยมยังไปในทิศทางเดียวกันทั้งปาร์ตี้ลิสต์ เขต และตัวบุคคล

โดยพรรคประชาชนยังคงนำโดยไม่เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงก่อนการเลือกตั้ง

นส.กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัย สวนดุสิต อธิบายว่าจากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการทำประชามติและการเลือกตั้งปี 2569 สามารถสะท้อนภาพความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับระบบการเมืองไทยในภาพรวมได้อย่างชัดเจน ในส่วนของการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่าประชาชนอยู่ในภาวะสนใจแต่ยังไม่มั่นใจ มีความเข้าใจในข้อมูลระดับหนึ่งแต่ยังไม่ลึกซึ้ง ซึ่งไม่ได้เกิดจากความไม่ตื่นตัวทางการเมือง หากแต่สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญที่มีความซับซ้อนและห่างไกลจากชีวิตประจำวัน

เมื่อพิจารณาควบคู่กับทัศนคติในการเลือกตั้ง จะเห็นว่าประชาชนประเมินทั้ง "กติกา" และ "ผู้เล่นทางการเมือง" ไปพร้อมกัน โดยเลือกพรรคการเมืองจากความคาดหวังต่ออนาคตและความสามารถในการตอบโจทย์ปัญหาปากท้องมากกว่าความผูกพันทางการเมืองแบบเดิม ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับพรรคการเมืองจึงมีลักษณะเปราะบางแต่เปิดกว้างต่อการแข่งขันเชิงนโยบาย ในบริบทนี้การทำประชามติและการเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงกระบวนการหนึ่งของการปกครองระบอบประชาธิปไตย หากแต่เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจ เสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และยกระดับความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตยไทย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ