นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศัยของพรรคประชาชน "เชื่อในประชาชน Trust The People" ที่สามย่านมิตรทาวน์ โดยนายธนาธร กล่าวว่า ขอเสียงผู้รักประชาธิปไตยด้วยๆ ทุกท่านเคยได้ยินหรือไม่เขาบอกว่ารัฐบาลประชาชนเป็นไปไม่ได้ ต่อให้พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ตนมาที่นี่เพื่อบอกทุกท่านว่าเป็นไปได้ ภารกิจของเราคือการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ รอบนี้ไม่มี สว. ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี การดำรงอยู่ของอำนาจ สว. ทำให้ผลของการเลือกตั้งกับผลของการจัดตั้งรัฐบาลไม่สอดคล้องกัน บิดเบือนเจตจำนงของประชาชน เลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทยชนะเป็นอันดับหนึ่ง แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลชนะเป็นพรรคการเมืองอันดับหนึ่ง แต่ก็จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เป็นเพราะการดำรงอยู่ของอำนาจ สว.ในการร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี
นายธนาธร กล่าวว่า เลือกตั้งรอบนี้ไม่มีกลไกนี้แล้ว ไม่มีใครมาขวางพวกเราในการจัดตั้งรัฐบาลอีกแล้ว ถ้าพวกเราได้รับเสียงประชาชนสนับสนุนเป็นพรรคอันดับหนึ่งอย่างท่วมท้น หัวหน้าพรรคของเรา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรีทันที
"ทำไมพวกเขาต้องปล่อยข่าวลวง ข่าวเท็จนี้ออกมา เขาไม่เหลืออะไรที่หยุดยั้งเราในนาทีสุดท้ายอีกแล้ว ดังนั้น เขาเหลือเครื่องมือเพียงอย่างเดียวคือเรื่องราวความเท็จต่างๆที่จะทำให้พี่น้องประชาชนหมดหวังหดหู่และไม่กล้าเปิดประตูความเป็นไปได้ใหม่ๆ ทำไมพวกเขาถึงอยากทำเช่นนั้น เหตุผลที่พวกเขาจะหยุดยั้งเรา เพราะที่แห่งนี้เมื่อ 2 ปี 8 เดือนที่แล้ว ก่อนการเลือกตั้งปี 2566 เพื่อนของผมชัยธวัช ตุลาธน มากล่าวที่นี่ว่าเรากำลังอยู่ในรอยต่อของยุคสมัย พวกเขากำลังกลัวการมาถึงของสมัยใหม่ เขากลัวยุคสมัยที่บิดเบี้ยวจะเดินไปตามครรลองที่ถูกต้อง ความบิดเบี้ยวนี้คืออะไร ผมขอยกตัวอย่าง 2-3 ตัวอย่าง คอร์รัปชันที่ควรจะเป็นสิ่งผิดปกติ วันนี้แพร่หลาย ยาเสพติดที่ควรจะเป็นสิ่งผิดปกติในสังคม แพร่ระบาด ระบบการเมืองปัจจุบันทำให้สิ่งต่างๆเหล่านี้ เป็นปกติ ใครก็ตามที่ทุจริตใครก็ตามที่ทำผิดกฎหมาย ถ้าคุณยอมเป็นเครื่องมือรักษาระบบนี้ พวกคุณจะไม่ติดคุก เขาเฆี่ยนตีเราด้วยความอยุติธรรมทุกวัน จนเรายอมรับความอยุติธรรมในสังคมว่าเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นในสังคมที่บิดเบี้ยว ความตรงไปตรงมาจึงเป็นสิ่งแปลกปลอม ในสังคมที่ชินชากับความมืดมิดคนที่ส่งแสงสว่างจึงเป็นคนนอกคอก" นายธนาธร กล่าวนายธนาธร ระบุว่า พวกเขากลัวความหนักแน่นของพวกเรา ตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน เพราะพวกเราหนักแน่น และพิสูจน์แล้วว่าพวกเราเอาจริง
"คำว่าเราเอาจริง มันไม่ได้มาเล่นๆ แต่มันมาจากการกระทำที่พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าเราทำอย่างที่พูดจริงๆ ว่าเราเอาจริง" นายธนาธร กล่าวนายธนาธร กล่าวต่อว่า หัวหน้าพรรคของเรา ตรวจสอบจนคนเป็นรัฐมนตรีต้องอุทานว่า "เดี๋ยวเท้งเอาตาย" นี่คือสิ่งที่ทำให้เขากลัวพวกเรา เขากลัวว่าระเบียบแบบแผนปัจจุบันที่อนุญาตให้พวกเขาเสวยสุขบนความทุกข์ยากของประชาชนจะจบลง พวกเขากลัวว่ายุคสมัยที่พวกเขาทำผิดอะไรก็ไม่ต้องรับผิด จะทุจริตคอร์รัปชันอย่างไรก็ได้ จึงพยายามทำทุกวิถีทางไม่ให้ประชาชนคิดฝันถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ
นายธนาธร กล่าวถึงการเดินสายของผู้สมัครแต่ละคน พร้อมกล่าวว่าพรุ่งนี้นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน จะไปพะเยา ไม่ได้ไปหาเสียง แต่จะไปขึ้นศาล เนื่องจากโดน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมฟ้อง ส่วน น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ หลงทางไปสุโขทัย ถือทีมที่มันเวิร์ค หน้าตาของทีมที่มันเวิร์ค เพราะมันร้อยรัดกันด้วยอุดมการณ์ ความฝันเดียวกันที่อยากเห็นสังคมไทยเป็นธรรมก้าวหน้าเป็นประชาธิปไตย พวกเราทำงานแบบไว้ใจกัน รอบนี้เราไม่ได้เตรียมทีมมาเป็น สส.เพียงอย่างเดียว เราเตรียมทีมบริหารไว้แล้วด้วย เพราะเรารู้ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งปี 2566 ว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปชนะแน่นอน จึงเตรียมทีมบริหารไว้ให้พร้อมและรอบนี้บอกกับประชาชนว่าพร้อมกว่าเดิม บุคลากรที่มีคุณภาพมีเยอะกว่าเดิม รอบนี้เราพร้อมรับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศไทย พร้อมรับผิดชอบคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน
"นี่คือความภูมิใจสูงสุดในการทำงานการเมืองของผม ผมตั้งพรรคอนาคตใหม่ในปี 2561 วันนี้ปี 2569 - 8 ปีพอดี 8 ปีแห่งการเดินทางของผม สิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุดไม่ใช่ความนิยมที่ทุกท่านมอบให้กับผม ไม่ใช่เพราะพรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจมากที่สุดคือการที่ผมได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างทีมนี้ เพื่อส่งมอบให้กับทุกท่าน" นายธนาธร กล่าวนายธนาธร ย้ำว่า มีหลายคนถามเยอะมาก นายธนาธรชนะมาแล้ว เขาจะให้ใบอนุญาตอีกใบหรือไม่ หลายคนกังวลเรื่องนี้ ตนตอบว่าคำถามนี้ไม่ถูกต้อง คำถามไม่ใช่ว่าเขาจะให้ใบอนุญาตอีกใบกับเราหรือ คำถามที่ถูกต้องคือคุณยอมให้เป็นอย่างนั้นหรือ ดังนั้น ต้องทำให้เขาปฏิเสธเราไม่ได้ ทำให้พรรคประชาชนชนะขาดลอย
พวกเราไม่มีอำนาจอิทธิพล เครือข่ายหัวคะแนน อภินิหารทางกฎหมาย เงินทองก้อนใหญ่ที่จะติดป้ายได้ทุกสี่แยก แต่พวกเรามีทรัพยากรที่มีพลังและมีคุณค่ามากกว่านั้นคือทุกคน มาทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ร่วมกัน
นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวปราศรัยบนเวที Trust The People เชื่อในประชาชน ระบุว่า ในทุกการเปลี่ยนแปลงล้วนแต่มีมูลเหตุพื้นฐานมาจากการต่อสู้ทางชนชั้นทั้งสิ้น การเมืองจำเป็นต้องมีอำนาจเข้ามาจัดการเรื่องส่วนรวม ประกอบด้วย 2 ความหมาย คือ ต้องเข้าไปมีอำนาจ และรักษาอำนาจตนเอง แต่ในยุคปัจจุบัน เมื่อมีอำนาจแล้ว ต้องใช้อำนาจให้เกิดความยุติธรรม การเมืองในความหมายที่ 2 นี้ จึงทำให้เกิดการต่อสู้กัน เพราะเมื่ออำนาจหนึ่งดำรงอยู่ แล้วประชาชนมองเห็นว่าอำนาจนั้นไม่ชอบธรรม ก็ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเปลี่ยนอำนาจให้เป็นธรรม
นายปิยบุตรกล่าวว่า เมื่อเรายังเด็ก ประเทศไทยเป็นเสือตัวที่ 5 ปัจจุบันตนเองอายุ 46 แล้ว ตรงกับเลขพรรคประชาชน ประเทศไทยของเรายังคงอยู่กับที่ หรืออาจจะถอยหลังด้วย ปัญหาเดิมๆ ซ้ำซากมาแล้วหลายสิบปี เราจึงไม่อาจทนอยู่กับประเทศแบบนี้ได้อีกต่อไป แต่การไม่ทนเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความหวังตามไปด้วย เพราะเราจะตัดสินใจรวมพลังกันลุกขึ้นมาบอกว่า ต้องเปลี่ยนแปลง
"การเปลี่ยนแปลงกำลังใกล้มาถึงแล้ว ห้วงเวลานี้เป็นเวลาประวัติศาสตร์ ประชาชนคนไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศกำลังจะได้ตัดสินใจเลือกว่าเราจะอยู่กันแบบไหน เราจะอยู่แบบเดิมๆ ในอดีต หรือเราจะอยู่แบบอนาคตใหม่" นายปิยบุตรกล่าวนายปิยบุตรชี้ว่า อยู่แบบเดิมๆ คือการซื้อสิทธิซื้อเสียงเข้าไปมีอำนาจ ถอนทุนคืน แล้วนำทุนมาซื้อเสียงกลับเข้าไปอีก สร้างเครือข่ายครอบครัว ตนเองโดนตัดสิทธิ ก็เอาลูกหลานตัวเองเป็นต่อ ทำราวกับบ้านเมืองนี้ รัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม สภาผู้แทนราษฎร เป็นสมบัติประจำตระกูลของตนเอง จะช่วยประชาชนแต่ละครั้ง ต้องติดหนี้บุญคุณ ทั้งที่งบประมาณทั้งหลายก็มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน การเมืองแบบเดิมที่เอาความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ เอาไปแลกประโยชน์เพื่อครอบครัวของตนเอง
นายปิยบุตรระบุว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เราจะได้ร่วมเปลี่ยนแปลงด้วยกัน คือการนำอำนาจทรัพยากรที่เคยกระจุกตัวอยู่กับคนไม่กี่กลุ่ม มาอยู่กับคนส่วนใหญ่ เมื่อใดมีการเปลี่ยนแปลง กลุ่มบุคคลที่อยู่ในอำนาจไม่พอใจ ต้องพยายามสกัดขัดขวาง สร้างความกลัวการเปลี่ยนแปลง รวมหัวกันสกัดความเปลี่ยนแปลงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นหลังเลือกตั้งปี 2566 รุมกินโต๊ะอย่างที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเภทที่ว่า สส. เคยเป็นบ้านใหญ่ 2 บ้าน งวดนี้ย้ายมาอยู่พรรคการเมือง และอาจจะมีหลังเลือกตั้ง โต้แย้งถกเถียงกัน เดี๋ยวจะกลับไปรวมกันเพื่อสกัดกั้นความเปลี่ยนแปลง
นายปิยบุตรกล่าวว่า การขัดขวาง ทำลายล้าง เกิดขึ้นซ้ำๆ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เมื่อไรก็ตามที่เราเกิดความรู้สึกว่าเราเปลี่ยนแปลงได้เท่านี้ แปลว่าพวกเขาชนะแล้ว เราต้องเอาความหวังไปสู้ แล้ววันหนึ่งความกลัวจะพ่ายแพ้ไป และจะยอมรับสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นวันสำคัญที่จะกำหนด ระหว่างรัฐบาลแบบเดิมๆ หรือจะเป็นรัฐบาลแบบใหม่ๆ หากประชาชนบอกว่าพอกันทีกับรัฐบาลแบบเดิม ต้องเลือกพรรคประชาชน เลือกรัฐบาลแบบใหม่
"8 กุมภาพันธ์ 2569 ลองดู ไปให้ถึง สส. 200-250 คน คะแนนรวมทั้งประเทศ 20 ล้านเสียง คราวนี้ไม่มีใครขวางการตั้งรัฐบาลประชาชนได้" นายปิยบุตรกล่าวนายปิยบุตรระบุว่า เป็นอันดับ 1 ไม่พอ ต้องไปให้ไกลที่สุด ต้องทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 เป็น 50-60 ที่นั่ง ถ้าประชาชนแสดงพลังแบบนี้ พรรคอันดับที่ 2-5 จะเกิดยางอายขึ้นทันที นั่งเฉยๆ ไม่ต้องขยับ รอพรรคประชาชนไปชวนเองจะเอาใครมาร่วมรัฐบาล เราที่อยู่ในระบบประชาธิปไตย 2 ใบอนุญาตมานาน เราทำได้อย่างเดียว ประชาชนรวมพลังกันร่วมแสดงออก เก็บความคับแค้นมาหลายปี เปลี่ยนเป็นความหวัง ระเบิดพลังออกมาพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อจะบอกว่า คนไทยเจ้าของประเทศเกิน 20 ล้านคน ออกใบอนุญาตให้ประชาชนตั้งรัฐบาล
"ถ้าประชาชนเจ้าของประเทศมากกว่า 20 ล้านคน เกินครึ่งประเทศ บอกว่าออกใบอนุญาตให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาลแล้ว จะไม่มีใครหน้าไหนขวางใบอนุญาตนี้ได้ ไม่ต้องไปหาใบอนุญาตที่ 2 จะมาเพิกถอนใบอนุญาตของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศไม่ได้" นายปิยบุตรกล่าว