เลือกตั้ง'69: กกต. ตรวจสอบนโยบาย 51 พรรคการเมือง ไม่พบ "สร้างเศรษฐีเงินล้าน" ของเพื่อไทย

ข่าวการเมือง Tuesday January 27, 2026 09:22 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดนโยบายพรรคการเมืองที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยมีพรรคการเมืองส่งนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินในการประกาศโฆษณาให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 51 พรรคการเมือง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 57 และประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดให้พรรคการเมือง ต้องรายงานนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณาต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก่อนวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป ไม่น้อยกว่า 20 วัน

ซึ่งขณะนี้ นโยบายดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบาย แต่เพื่อให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นในการพิจารณานโยบายต่าง ๆ ของพรรคการเมืองแต่ละพรรค สำนักงาน กกต.จึงเห็นสมควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ และเมื่อคณะกรรมการตรวจสอบนโยบาย และ กกต.พิจารณาเสร็จแล้ว จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง เพื่อประชาชนจะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งต่อไป

  • พรรคเพื่อไทย เสนอ 57 นโยบาย ไม่มี "สร้างเศรษฐีเงินล้าน"

ทั้งนี้ ในส่วนนโยบายพรรคเพื่อไทย ที่ชูนโยบาย "สร้างเศรษฐีเงินล้าน" นั้น พบว่า ใน 57 นโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ยื่นให้แก่ กกต.ไปก่อนหน้านี้ ยังไม่ปรากฏนโยบาย "สร้างเศรษฐีเงินล้าน" วันละ 9 คน คนละ 1 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีเอกสารแก้ไขเพิ่มเติมและชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายตามที่ กกต. ได้มีการตั้งข้อสังเกต พร้อมถามคำถามเกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย 5 ประการ

โดยในส่วนนโยบายที่มีการยื่นให้ กกต.นั้น มี 68 หน้า ส่วนใหญ่จะเป็นการสานต่อนโยบายเดิมของพรรค โดยนโยบายเรือธง เช่น

- นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ วงเงินงบประมาณที่ใช้เบื้องต้น 5,000 ล้านบาท ระบุแหล่งที่มาของเงินจากงบประมาณการจัดเก็บรายได้และระบุบริหารภาษี

- นโยบายบ้านเพื่อคนไทย วงเงินงบประมาณ 2,000 ล้านบาท

- นโยบายหลักประกันความเสี่ยง อสม. และ ชรบ. ใช้เงินงบประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี

- นโยบายล้างหนี้วัยเกษียณ ใช้วงเงินงบประมาณ 4,000 ล้านบาท

- นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% วงเงินงบประมาณปีละ 31,000 ล้านบาท

- นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และรถเมล์ 10 บาทตลอดสาย ในเส้นทางหลัก ซึ่งนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ระบุใช้การบริหาร ทรัพย์สินของรัฐและเอกชนให้มีประสิทธิภาพประสิทธิ ขณะที่รถเมล์จะใช้งบประมาณ ปีละ 1,000 ล้านบาท

- นโยบายสินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างแดน ซึ่งจะใช้วงเงิน 1,000 ล้านบาท มาจากการบริหารงบประมาณการจัดเก็บรายได้และภาษี โดยระบุจะสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารไทย ร้านนวดแผนไทย ค่ายมวย หรือร้านขายสินค้าไทยในต่างแดน ให้ดึงดูดชาวต่างชาติมาท่องเที่ยว อยู่อาศัย หรือ ซื้อสินค้าจากประเทศไทยเพื่อเป็นการสร้างรายได้

- นโยบายคนไทยไร้จน วงเงินงบประมาณ 60,000 ล้านบาทต่อปี ระบุแหล่งที่มาของรายได้จากการบริหารงบประมาณการจัดเก็บรายได้และภาษี โดยระบุความคุ้มค่าเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจน ทำให้สามารถทำได้นโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการหมุนเวียนเม็ดเงิน สู่ระบบเศรษฐกิจภาพรวมขณะที่ความเสี่ยง ผลกระทบความเสี่ยงของนโยบายว่าต้องบริหารงบประมาณ แต่ผลประโยชน์ที่ได้รับสูงกว่างบประมาณที่ใช้ด้วยความเสี่ยงของโครงการ คือ ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ