เลือกตั้ง'69: กกต. ผนึกแบงก์ชาติ หลังพบพิรุธเบิกเงินสดผิดปกติช่วงเลือกตั้ง เฝ้าระวังพื้นที่แข่งดุ

ข่าวการเมือง Thursday January 29, 2026 10:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจพบความผิดปกติในการเบิกเงินสดช่วง 10 วันที่ผ่านมา โดยเน้นการแลกเป็นธนบัตรใบละ 100 บาทและ 500 บาท มูลค่า 250 ล้านบาท ซึ่งเข้าข่ายน่าสงสัยว่า ได้หารือกับผู้ว่าการ ธปท.แล้วในหลักการกว้าง ๆ และจะได้คุยกันในรายละเอียดว่าจะร่วมมือกันทำงานให้ออกมาดีเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างไรโดยเร็วที่สุด เพราะเบื้องต้น ธปท.และ กกต.ไม่ได้ทำ MOU ไว้ จึงต้องหาวิธีการที่จะทำงานร่วมกันในระยะสั้นนี้ให้ออกมาดีที่สุด ซึ่ง ธปท.ยินดีที่จะสนับสนุนงานของ กกต.อย่างเต็มที่

"ท่านยินดีที่จะให้ข้อมูลนี้กับ กกต.ซึ่งตามกฎหมายเรารับข้อมูลได้ไม่ผิด แต่การให้ มันก็ต้องมีช่องทาง ซึ่ง กกต.ไม่ได้ทำ MOU กับแบงก์ชาติเหมือนที่ ปปง.ทำ จึงกำลังหาช่องทาง วิธีการว่าจะถ่ายโอนข้อมูลอย่างไร แต่ส่วนของ ปปง.เรามีการประสานงานกันอยู่แล้ว หากเขาพบความผิดปกติอะไรก็จะแจ้งมา" นายแสวง กล่าว

ในส่วนของสำนักงาน กกต.ขณะนี้ตนได้สั่งให้ด้านสืบสวนสอบสวน เฝ้าระวัง และติดตามดูพื้นที่ที่เห็นว่ามีการแข่งขันกันรุนแรง คาดว่าจะมีการกระจายของเม็ดเงินดังกล่าวแล้ว

นายแสวง กล่าวว่า ในการประชุมกกต. วันนี้ได้เสนอเรื่องการถอนเงินสดผิดปกติเป็นจำนวนมาก โดยขอให้ กกต. อาศัยอำนาจตามมาตรา 32 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้เรียกเอกสารจากธปท. มาเพื่อประกอบการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ซึ่ง กกต. พิจารณาแล้วเห็นตามที่เสนอ โดยสำนักงานฯ จะมอบหมายให้รองเลขาธิการด้านสืบสวน เดินทางพร้อมพนักงานสืบสวนเข้าไปรับข้อมูลจากธปท. ในวันพรุ่งนี้ (30 ม.ค.)

ทั้งนี้ ในระยะต่อไป กกต. มีนโยบายที่จะทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับธปท. เพื่อขอข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยไม่ต้องมีหนังสือขอเป็นคราว ๆ ไป เพื่อมาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อควบคุมให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมอบให้สำนักงานฯ ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับรายละเอียดมาตรา 32 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. กำหนดว่า เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมและเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายกกต. อาจขอให้มีการดำเนินการ ดังต่อไปนี้ เมื่อปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แจ้งรายงานการทำธุรกรรมของพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองหรือผู้สมัครตามที่คณะกรรมการแจ้งให้ทราบ หรือให้ธปท.หรือสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินแจ้งให้ทราบถึงการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีดังกล่าว ตามที่คณะกรรมการ ร้องขอ ทั้งนี้ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดและไม่ให้นำบทบัญญัติของกฎหมายที่ 5 หน่วยงานใดเปิดเผยข้อมูลในความครอบครองมาใช้บังคับแก่การแจ้งข้อมูลตามที่คณะกรรมการร้องขอ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ