นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน กล่าวในงานเสวนา "มองอนาคตลงทุน ประกันสังคม" ถึงแนวทางการลงทุนในกองทุนประกันสังคมว่า งบประมาณของประกันสังคมไม่เหมือนหน่วยงานราชการอื่นๆ เพราะของหน่วยงานราชการหากใช้งบประมาณไม่หมดต้องส่งคืนกระทรวงการคลัง แต่งบประมาณของประกันสังคม เงินตรงนี้จะกลับสู่กองกลางเพื่อไปจ่ายสิทธิประโยชน์ และใช้สำหรับการลงทุนต่อไป
กองทุนนี้มีเงินเข้าประมาณ 2 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งไม่ว่าจะหักจากฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง หรือจากฝ่ายรัฐ แต่หักมาเพื่อเป็นสวัสดิการให้กับลูกจ้าง หรือผู้ประกันตน เมื่อหักเงินที่ใช้จ่ายไปสำหรับสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนออกไป เงินที่เหลือเข้าสู่การลงทุนและการบริหารสำนักงานประกันสังคม
สำหรับเงินในกองทุนประกันสังคม ส่วนใหญ่ใช้สำหรับบำนาญ ซึ่งสามารถนำไปลงทุนระยะยาวและรับความเสี่ยงได้สูง และใช้สำหรับรักษาพยาบาล และกรณีว่างงาน ซึ่งในการรักษาพยาบาลรายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้การลงทุนค่อนข้างเต็ม ติดลบปีละประมาณ 1,000 ล้านกว่าบาท ส่วนเงินในกรณีว่างงาน มีการใช้งานสูงในช่วงวิกฤติโควิด19
ขณะที่โครงสร้างในบอร์ดประกันสังคม โดยเฉพาะบอร์ดลงทุนยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญอิสระจากภายนอก และการตัดสินใจลงทุนเป็นบุคลากรภายในทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันประกันสังคมยังลงทุนหุ้นไทยหลักแสนล้านบาท และคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง ถือเป็นอนุกรรมการที่ชี้เป็นชี้ตายว่า สินทรัพย์ประเภทไหนที่จะสามารถลงทุนได้หรือถอยออก และถ้าไม่มีกรอบบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน อาจจะเกิดตึก Skyy9 ตึกที่ 2 3 4 ได้ และพูดได้ว่า เรื่องนี้เป็นผลงานของบอร์ดที่มาจากการเลือกตั้งที่สามารถวางกรอบความเสี่ยง และหยุดการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด ได้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
นายษัษฐรัมย์ ได้เสนอแนวทางปฏิรูปประกันสังคม โดยการนำออกจากระบบราชการ และคืนอำนาจให้ประชาชน เมื่อบอร์ดมาจากเลือกตั้ง บอร์ดจะทำหน้าที่แต่งตั้ง CEO และ CEO ทำงานตามนโยบายของบอร์ด
1.ลดจำนวนบอร์ด แต่ขยายอายุการดำรงตำแหน่งจาก 2 เป็น 4 ปี
2.สถานะสำนักงานเป็นนิติบุคคลที่มีฐานะเป็นหน่วยงานรัฐ ที่ไม่เป็นส่วนราชการ
3.อำนาจหน้าที่ที่สำคัญ คือ บริหารประกันสังคมและกองทุนได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านรมว.แรงงาน
4.กรอบงบประมาณ ในการบริหารสำนักงานปีละไม่เกิน 5% ของเงินสมทบแต่ละปี
5.บอร์ดลงทุน ต้องมีตัวแทนมาจากผู้ประกัน ฝ่ายนายจ้าง และผู้เชี่ยวชาญ
6.การถอดถอนบอร์ดประกันสังคม ผู้ประกันตนไม่น้อยกว่า 5 หมื่นราย มีสิทธิ์เข้าชื่อเสนอถอดถอนกรรมการจากตำแหน่งได้
ด้านน.ส.ภัณฑิรา เวอร์การา อนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด กล่าวว่า แม้ในปี 68 ภาพรวมผลตอบแทนการลงทุน อยู่ที่ 6.1% อาจจะโชคดีที่ตลาดโลกบวกกว่า 10% แต่ส่วนตัวยังมองว่า เรายังมีศักยภาพที่ทำได้ดีกว่านี้ และพอร์ตการลงทุนของเราควรจะต้องมีการกระจายสินทรัพย์ไปทั่วโลก จึงทำให้มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุน SAA ให้ไปเพิ่มในสินทรัพย์เติบโตทั่วโลก ในสัดส่วน 50% ถือเป็นรับความเสี่ยงมากขึ้น แต่เพื่อผลตอบแทนที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ กองทุนประกันสังคมหากบริหารไม่เต็มศักยภาพ อาจมีค่าเสียโอกาสอาจมีมูลค่าสูงถึง 300 ล้านบาทต่อวัน เพราะในตลอด 20 เดือนที่ผ่านมาที่ยังไม่มีการกำหนดที่มีธรรมภิบาลได้ มีค่าเสียโอกาสไปแล้ว 1.8 แสนล้านบาท
น.ส.ภัณฑิรา ยกตัวอย่างกองทุนประกันสังคมอันดับ 1 ในโลก คือ กองทุนที่นอร์เวย์ มีการรายงานที่โปร่งใส สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ทุกสินทรัพย์ที่มีการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ มีการเติบโตของผลตอบแทน 6.6% และมีบางปีได้ผลตอบแทนเฉลี่ยเกือบ 20% ซึ่งหากเทียบกองทุนประกันสังคมของไทย จากข้อมูลที่ได้รับ ตลอด 33 ปีที่ผ่านมา มีการประเมินว่า ได้รับผลตอบแทนต่ำมาก ประมาณ 1-2% ต่อปี
ด้านนายพนิต ภุมราพันธุ์ อนุกรรมการด้านบริหารความเสี่ยง กล่าวว่า กองทุนประกันสังคม ในขณะนี้ยังเติบโตอยู่ แต่ไม่เพียงพอที่จะจ่ายภาระผูกพันในอนาคต ซึ่งข้อมูลที่ทราบ กองทุนจะจ่ายเพื่อภาระข้างหน้าได้ ต้องมีผลตอบแทนของการลงทุน 6% ต่อปี จึงเป็นสาเหตุที่ต้องมีการปรับสัดส่วนการลงทุนใหม่ เพื่อปรับตัว
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้น แต่เป็นการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์นอกตลาดที่มีความโปร่งใสเรื่องของราคา แต่สิ่งที่เจอ คือ ร่างหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงตามระเบียบราชการ ทำให้ไม่สามารถลงทุนได้เร็ว เพราะการประชุมเดือนละครั้ง ใช้เวลา 3 เดือนกว่าจะจบได้
นายพนิต กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา กองทุนประกันสังคมซื้อพันธบัตรไว้ประมาณ 70% และทั้งโลกอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาลง ทำให้ตราสารหนี้ได้รับกำไรมาก จึงทำให้ผลตอบแทนของกองทุนประกันสังคมพุ่งขึ้นมา แต่ปีนี้ก็ไม่สามารถการันตีแบบนั้นได้ เพราะฉะนั้นการลงทุนค่อนข้างสำคัญ ต้องทำให้กองทุนประกันสังคมสร้างผลตอบแทนให้เหนือผลตอบแทนขั้นต่ำที่ทำให้กองทุนอยู่ได้ ไม่เช่นนั้นเราอยู่ไม่ได้
" ในการบริหารความเสี่ยง เราต้องมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นกว่านี้ มีโครงสร้างที่อู้ต่อการปรับตัวได้อย่างทันการณ์ ได้เร็ว โปร่งใสมากขึ้น และสามารถเห็น data ได้ทุกอย่าง"นายพนิต กล่าว