เลือกตั้ง'69: พรรคเศรษฐกิจ ถก ส.อ.ท. ชู 5 นโยบายหลักขับเคลื่อนอุตฯ ไทยเติบโตยั่งยืน

ข่าวการเมือง Tuesday February 3, 2026 17:03 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เลือกตั้ง'69: พรรคเศรษฐกิจ ถก ส.อ.ท. ชู 5 นโยบายหลักขับเคลื่อนอุตฯ ไทยเติบโตยั่งยืน

พรรคเศรษฐกิจ นำโดย พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคฯ พร้อมด้วยแกนนำพรรค เข้าพบปะหารือกับผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง และข้อเสนอเชิงนโยบาย ในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ มุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขัน และวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน อยู่ในภาวะที่ต้องเร่งฟื้นฟู เปรียบเสมือน "รถติดหล่ม" ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน และมาตรการที่เข้มข้น เป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาเดินหน้าได้ โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายภาครัฐที่มุ่งเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ไขปัญหาหนี้ เสริมสภาพคล่องและฟื้นภาคการท่องเที่ยวให้กลับมาเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยอีกครั้งหนึ่ง

เลือกตั้ง'69: พรรคเศรษฐกิจ ถก ส.อ.ท. ชู 5 นโยบายหลักขับเคลื่อนอุตฯ ไทยเติบโตยั่งยืน

ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 69 จะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 1.6% ชะลอตัวลงจาก 2.1% ในปี 68 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ภายใต้ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจรอบด้าน และแนวโน้มการขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้น แม้การส่งออกบางกลุ่ม เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ จะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวก็ตาม รวมทั้ง GDP ไทยกำลังถูกเพื่อนบ้านแซง โดยอีก 6 ปี จะร่วงจากอันดับที่ 2 เป็นอันดับที่ 5 ของอาเซียน

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญ ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ อาทิ มาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา ปัญหาสินค้าทุ่มตลาดและการสวมสิทธิ์ส่งออก สงครามการค้า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ข้อพิพาทพื้นที่ชายแดน รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ภาคธุรกิจ ค่าเงินบาทแข็งค่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ธุรกิจสีเทา และอาชญากรรมทางไซเบอร์ ตลอดจนปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การติดกับดักรายได้ปานกลาง ระบบการศึกษา เสถียรภาพทางการเมือง ความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย งบประมาณที่ไม่สมดุล กฎหมายที่ล้าสมัย และคอร์รัปชัน

เลือกตั้ง'69: พรรคเศรษฐกิจ ถก ส.อ.ท. ชู 5 นโยบายหลักขับเคลื่อนอุตฯ ไทยเติบโตยั่งยืน

โดยขณะนี้ กกร. ได้ออกแคมเปญรณรงค์การต่อต้านคอร์รัปชัน ภายใต้ชื่อ "Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน" โดยมีกรอบการดำเนินงาน 6 ด้าน คือ การปลูกฝังจิตสำนึก นโยบายต่อต้านการทุจริต ระบบบริหารความเสี่ยง การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เทคโนโลยีและแนวทางการร้องเรียน

ส.อ.ท. ขับเคลื่อน 46 กลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และปัจจุบัน ประเทศไทยได้ปรับโมเดลไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสร้างเครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่ทั้งหมด 2 กลุ่ม คือ กลุ่มอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ และกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

จากสถานการณ์ดังกล่าว ส.อ.ท. จึงได้เสนอแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยใน 8 ด้านสำคัญ ได้แก่ การปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบ การพัฒนากำลังคนและเพิ่มผลิตภาพแรงงาน การบริหารจัดการพลังงาน การส่งเสริมการส่งออกและอุตสาหกรรมเป้าหมาย การยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน การสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์และพื้นที่อุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังได้มอบหนังสือ Reinvent Thailand ให้แก่พรรคเศรษฐกิจ ซึ่งรวบรวมข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อให้ภาครัฐนำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายที่สามารถปฏิบัติได้จริง โดยมุ่งหวังให้ภาคเอกชนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับตัว ขณะที่ภาคการเงินช่วยจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตประเทศไทยที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทั้งนี้ ส.อ.ท. พร้อมสนับสนุนการพัฒนา 6 Sectors ตั้งต้น ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่

1. Smart Electronics ฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ระดับกลาง-ปลายทางของบริษัทรายใหญ่ของโลก ซึ่งมีศักยภาพในการต่อยอดสู่ฐานการออกแบบและนวัตกรรม

2. Automotive ฐานการผลิตยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีห่วงโซ่อุปทานครบวงจรและเข้มแข็ง พร้อมต่อยอดสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์อัจฉริยะ

3. Retail & Trading ตลาดค้าปลีกและค้าส่งขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายระดับรายได้ และกระจายตัวครอบคลุมทุกพื้นที่

4. Medical & Wellness อุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานการบริการเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และมีข้อได้เปรียบด้านวัตถุดิบภายในประเทศในการผลิตยาและเวชภัณฑ์

5. Agri & Food Processing อุตสาหกรรมที่มีความพร้อมด้านวัตถุดิบการเกษตร และห่วงโซ่อุปทานครบตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ พร้อมยกระดับสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง

6. Tourism ภาคการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและอาหาร และมีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

โดยทั้ง 6 Sectors จะมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การสร้างการจ้างงาน และการเติบโตของ SMEs รวมถึงเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม New S-Curve ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ด้าน พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงแนวคิดและนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของพรรคฯ เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งและพลิกฟื้นประเทศได้ทันที ว่ามี 5 นโยบายหลักสำคัญ ที่จะตอบโจทย์แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยของ ส.อ.ท. ประกอบด้วย

1. โครงการขนส่งยุทธศาสตร์: รถไฟความเร็วสูง พัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อมประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค เพื่อเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ และเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ย้ายฐานการผลิต

2. โครงการ "OCEAN LINK" เชื่อมผ่านระหว่างมหาสมุทรอินเดีย-ชายฝั่งทะเลอันดามัน-ชุมพร-อ่าวไทย-มหาสมุทรแปซิฟิก กระตุ้นการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจชายฝั่ง

โดยทั้ง 2 โครงการข้างต้นนี้ เป็นโครงการเมกะโปรเจ็ก ตรงกับยุทธศาสตร์ One Belt One Road ของประเทศจีน ซึ่งพรรคฯ ได้มีการเจรจากับรัฐบาลจีนถึงความเป็นไปได้ของโครงการนี้แล้ว ยังสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพได้อย่างมหาศาล ทั้งภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และภาคการท่องเที่ยว ที่จะเติบโตไปพร้อมกัน ตลอดจนสามารถสร้าง GDP ได้มากถึง 3 เท่า ย่อมเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

3. ปราบทุจริตอย่างเด็ดขาด-Zero Corruption พรรคฯ มีนโยบาย "ถอนรากถอนโคน" บุคคล 3 ประเภท ที่มักร่วมกันฉ้อโกง ได้แก่ นักธุรกิจ ข้าราชการ และนักการเมือง โดยจะกำหนดโทษสูงสุดทั้งฝั่งผู้ให้และผู้รับถึงขั้นประหารชีวิต สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการที่ทำผิดมาตรา 157 (ฉ้อราษฎร์บังหลวง) โดยไม่มีการลดหย่อนโทษ เพื่อป้องกันการทุจริตอย่างจริงจัง ซึ่งเชื่อว่าการคอร์รัปชันจะหายไป 50%

4. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องเด็ดขาดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยต้องปรับระบบงานตำรวจและการสืบสวนสอบสวนออกจากกัน เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และลดความเหลื่อมล้ำ โดยตั้งหน่วยสอบสวนกลางแยกจากตำรวจเดิม

5. ลดค่าไฟฟ้าทั่วประเทศ เสนอให้ลดค่าไฟฟ้าจากประมาณ 3.94 บาท/หน่วย เหลือ 2.80 บาท/หน่วย เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยจะมีรัฐเข้ามาบริหารจัดการพลังงานและคอร์รัปชันในระบบไฟฟ้า

ทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเศรษฐกิจ จะให้บริษัทที่ผูกขาดด้านราคาพลังงาน ดำเนินนโยบายที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ รวมทั้งจะเข้าไปปรับปรุงราคาก๊าซในภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีให้เป็นไปตามต้นทุนจริง และยกเลิกการนำราคาจากภาคส่วนดังกล่าวมาถัวเฉลี่ยกับราคาก๊าซที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าภาคครัวเรือน

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายควบรวมกิจการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เข้าด้วยกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ซึ่งมาตรการทั้งหมดนี้ จะช่วยให้สามารถปรับลดค่าไฟฟ้าลงได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกเหนือจากนโยบายข้างต้น พรรคฯ จะผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ให้สำเร็จ เพื่อแก้ปัญหาสงครามการค้า อำนาจการต่อรอง และขยายผลทางยุทธศาสตร์ การสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี AI โดยการนำโรบอตเข้ามาช่วยในการทำงาน ซึ่งสอดรับกับแนวทางของ ส.อ.ท. อีกเช่นกัน รวมถึงการจัดตั้งโรงงานแปรรูปให้กลุ่มเกษตรกร จะเป็นการปฏิรูปภาคการเกษตรครั้งใหญ่ของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม พล.อ.รังษี กล่าวว่า หากพรรคฯ ได้เป็นรัฐบาล ภายในระยะเวลา 100 วัน จะเร่งดำเนินการปฏิรูปกฎหมาย ตั้งคณะทำงานปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม ยกเลิก MOU 43-44 ปราบสแกมเมอร์ ตั้งคณะทำงานกำหนดนโยบายเขตอุตสาหกรรมการเกษตร ตั้งคณะทำงานตรวจสอบที่ราชพัสดุที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดกฎหมาย และตั้งคณะทำงานการพัฒนาชายฝั่งทะเลอันดามัน-อ่าวไทย

"พรรคฯ มุ่งเน้นการสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจในทุกระดับ มีนโยบายโดยรวมที่ต้องการสร้างรายได้ให้ประชาชนสูงขึ้น รวมถึงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ๆ ทั้งด้านเกษตร อุตสาหกรรมและบริการ เพื่อเร่งการเติบโตของประเทศในระยะยาว...ขอขอบคุณ ส.อ.ท. ที่ให้เกียรติได้เข้ามาประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่าง ๆ รวมถึงสถานการณ์ปัจจุบันของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้พรรคฯ ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมต่อไป" หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ระบุ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ