นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งจากวันที่ 8 ก.พ.69 ออกไป 1-2 เดือน เนื่องจากพบว่าการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ทั้งไม่มีประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส. โดยบางพื้นที่เจ้าหน้าที่แจ้งกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ว่า ผู้สมัครถูกถอนชื่อ และยังมีการจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาด สะท้อนให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สุจริต
นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปแบบการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.69 ที่จะมีการออกเสียงลงประชามติ ว่าเหตุใดถึงไม่ให้บัตร 3 ใบพร้อมกัน เพราะเกรงว่าผู้มีสิทธิออกเสียง โดยเฉพาะสูงอายุจะสับสน เกิดความวุ่นวาย และรัฐธรรมนูญก็ได้ระบุไว้ว่า การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับ แต่หากในหน่วยเลือกตั้งมีการเดินสวนกันไปมาระหว่างผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. กับผู้ออกเสียงประชามติ ก็จะส่งผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ และไม่สุจริต เที่ยงธรรม
ขณะเดียวกัน กกต. ได้ยื่นคำร้องศาลฎีกา ให้ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร สส. 28 ราย ซึ่งหากศาลมีคำสั่งให้ตัดสิทธิจริง ในส่วนนี้หัวหน้าพรรคการเมือง และกรรมการบริหารพรรค ที่เป็นผู้ลงนามให้สมัคร สส. ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะใช้เอกสารเท็จ และประมาทเลินเล่อ ทำให้ระบบราชการเสียหาย เป็นการทำผิดตามกฎหมายพรรคการเมืองและฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ดังนั้นหัวหน้าพรรคที่ผู้สมัคร สส.ถูกศาลพิพากษาสิทธิ ต้องถูกยื่นตรวจสอบจริยธรรม เพราะหากเข้าไปเป็นรัฐบาล ก็จะกลายเป็นรัฐบาลสีเทา สีดำ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการเบิกเงินสดผิดปกติ 2 ครั้ง รวม 450 ล้านบาท โดยเน้นเป็นธนบัตรย่อย ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ
นายสนธิญา กล่าวว่า ได้ไปยื่นหนังสือถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ร่วมตรวจสอบกับ ธปท. แล้ว ว่า มีการถอนเงินมากี่ครั้ง แล้วนำไปใช้ทำอะไรเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือไม่ แต่นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลับออกมาพูดว่า สามารถเตรียมเงินได้ แต่อย่าซื้อเสียงนั้น ถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่สำเร็จไปแล้ว และขาดคุณธรรมจริยธรรม
นายสนธิญา ระบุว่าส่วนตัวอยากให้ กกต. แก้ไขปรับปรุง และตรวจสอบทุกเรื่องข้างต้นโดยละเอียด เพราะเชื่อว่า หาก กกต. ไม่ดำเนินการ พรรคการเมืองและบุคคลที่เสียสิทธิ รวมถึงตนก็จะดำเนินการฟ้องร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ และอาจเป็นจนทำให้การเลือกตั้งล่าช้า และเสียงบประมาณกว่า 8,000 ล้านบาทไปโดยใช่เหตุ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นแล้วใครจะรับผิดชอบ ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้ กกต. เลื่อนการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ออกไปก่อน
พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีอคติกับ กกต. แต่ต้องการให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริต และเป็นธรรม ซึ่งการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป อาจจะเป็นการเสียเงินงบประมาณเพิ่มเติมก็เสียน้อยมาก เพราะ กกต. สามารถประกาศได้เลย ว่า จะจัดให้มีการเลือกตั้งในเดือนมี.ค. หรือเม.ย.