เลือกตั้ง'69:4 พรรคใหญ่ร่วมเวทีดีเบตโค้งสุดท้าย เสนอทางออกประเทศ-ยกระดับเศรษฐกิจไทย

ข่าวการเมือง Friday February 6, 2026 08:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและแกนนำจากพรรคภูมิใจไทย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์โค้งสุดท้าย เวทีเลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ ร่วมเสนอทางออกประเทศ ปราบทุจริตคอร์รัปชั่น มุ่งกระต้นเศรษฐกิจ

*พรรคประชาชน "เปลี่ยน" การเมืองผูกขาด

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า วาระที่สำคัญที่สุดต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ "กาเพื่อเปลี่ยน" เปลี่ยนการเมืองในอดีตเป็นการเมืองเพื่ออนาคตของลูกหลาน เปลี่ยนการเมืองที่เคยผูกขาดกับกลุ่มคนไม่กี่คน เป็นการเมืองของประชาชน จะทำให้เรามีอำนาจไปจัดการกับเศรษฐกิจที่ผูกขาด และกระจายโอกาสความเจริญไปยังคนไทยทั่วประเทศได้

นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า พรรคประชาชนมีความพร้อมมากที่สุด ทั้งจุดยืนทางการเมือง ทีมบริหารมืออาชีพ ผู้สมัคร นโยบายที่มีความชัดเจน และอยากให้ทุกคนตัดสินใจกล้าเพื่อเปลี่ยน และสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน

ทั้งนี้ สิ่งที่พรรคต้องการจะเปลี่ยน คือ ปัญหาสีเทา การทุจริตคอรัปชั่น ความเหลื่อมล้ำและเศรษฐกิจไทยโตไม่ทันโลก ซึ่งต้นตอทั้งหมดอยู่ที่การเมือง ถ้าการเมืองยังผูกขาดอยู่แค่ไม่กี่คน โดยเฉพาะนามสกุลใหญ่โต หรือ เป็นเจ้าของพรรค ถ้าตราบใดการเมืองเป็นแบบนี้ ตนเชื่อว่า การเมืองไม่สามารถเปลี่ยนได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงกรณีต่างชาติประเมินไทยกำลังเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชียว่า เราประสบปัญหาเงินในไหลออก เงินนอกไม่เข้า เงินเทาล้นทะลัก ซึ่งสามารถแก้ได้ด้วยเอาเครื่องมือด้านดิจิทัลมาตอบโจทย์ ทำให้กลไกการบังคับใช้กฏหมายมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส

พร้อมย้ำว่า แม้หากยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคก็พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อไป แต่มั่นใจว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. พรรคจะชนะและตั้งรัฐบาลได้ และพร้อมเปิดชื่อคณะบริหารรัฐบาลประชาชนทันที

ส่วนกระบวนการจัดทำรธน.ฉบับใหม่ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ไม่ได้อยากให้ใครก็ตามนำเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขการจัดตั้งรัฐบาลด้วย

*พรรคเพื่อไทย หนุนรัฐบาลดิจิทัล สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ไร้ครอบงำ

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึง วาระที่สำคัญที่สุดต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ด้วยเศรษฐกิจสุขภาพ ซึ่งไทยมีจุดเด่น คือ เราเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ระดับโลก ดึงดูดทุกคนเข้ามา และทำเครื่องมือแพทย์ต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ และจะมีการทำโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนายาจากสมุนไพรในทุกรูปแบบ เพื่อรักษา "อธิปไตยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" ของเราเอาไว้ ไม่ให้ต้องพึ่งพาต่างชาติเพียง รวมถึงจะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมสตาร์ทอัพ และภาครัฐส่งเสริมตลาดต่างประเทศไทย พร้อมกับย้ำว่า พรรคไม่มีนโยบายสนับสนุนกาสิโน รวมถึงเรื่องทุนเทา หรือ พนันออนไลน์ ไม่เอาแน่นอน

นายยศชนัน ย้ำถึงจุดยืนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญที่ต้องทำอย่างจริงใจและยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด ต้องรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะการทำให้องค์กรอิสระยึดโยงกับเสียงของประชาชนมากขึ้น ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้มีการรณรงค์อย่างจริงจัง เรามีคู่มือรณรงค์โดยพรรคที่ส่งถึงมือผู้สมัคร

สำหรับเรื่องปัญหาคอร์รัปชัน นายยศชนัน ยืนยันว่า คำตอบเดียวคือ รัฐบาลดิจิทัล ที่เป็นระบบตรวจสอบได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะทำให้เรื่องเส้นสายหรืออิทธิพลบ้านใหญ่ต่างๆ หมดความหมายไปด้วยความโปร่งใสของข้อมูล

ส่วนเรื่องข้อครหาว่า มีคนครอบงำหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้เพื่อไทยเรายกเครื่องใหม่หมดแล้ว ตนและทีมบริหารชุดนี้ตั้งใจใช้วิทยาศาสตร์นำทางประเทศอย่างเต็มรูปแบบ

"ทุกวันนี้ไม่ต้องห่วงเลยว่า เงาใครจะมาบัง เงามันเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับแผ่นดินไทยที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีทางที่เงาใครจะมาบังได้"นายยศชนัน กล่าว
*พรรคประชาธิปัตย์ ชู "บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจดี ชีวิตมั่นคง" ดัน GDP โต 5%

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึง วาระที่สำคัญที่สุดต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ "บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจดี ชีวิตมั่นคง" เพราะการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นภัยร้ายแรงที่สุดในขณะนี้ที่ทำให้นโยบายเกือบทุกเรื่องไม่ประสบความสำเร็จ และต้องเริ่มปราบทุนเทาอย่างชัดเจน เอาคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ออกจากอำนาจ และเดินหน้าเปิดข้อมูลทุกอย่างของรัฐบาลให้โปร่งใส เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ ถือเป็นการเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาก่อน

การที่นักลงทุนไม่มาไทย เพราะปัญหาเรื่องทุจริต ไม่อยากจ่ายเงินใต้โต๊ะ กฏระเบียบวุ่นวาย ขาดทักษะที่ต้องการ ตนเชื่อว่า ปลดล็อกให้ไทยเติบโตในอัตราที่เราเป็นไปได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาเฉพาะหน้า คือ แก้ปัญหาให้ประชาชนที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และประชาชนตามแนวชายแดนได้รับการเยียวยาโดยเร็ว หลังจากนั้นมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะหน้าและวางรากฐานให้เศรษฐกิจโตได้ในอนาคต ซึ่งทิศทางชัดเจนคือ เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว และต้องมีระบบสวัสดิการถ้วนหน้าภายใต้วินัยการเงินการคลัง และเราต้องรุกงานต่างประเทศ ทั้งการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯและสหภาพยุโรป รวมถึงการแก้ปัญหาชายแดน ด้วยการทำการทูตเชิงรุก ไม่ให้กัมพูชาก่อความวุ่นวายกับไทยอีก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีต่างชาติประเมินไทยกำลังเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชียว่า ในปีที่ 4 ของรัฐบาล GDP ต้องกลับไปโต 5% และมั่นใจว่า ทำได้ เริ่มจากปรับบทบาทรัฐ จากรัฐที่ควบคุมกำกับทุกอย่าง และบางครั้งรัฐทำเสียเอง พรรคปชป.มองว่า ในอดีตรัฐเป็นผู้ผลักดัน ชี้ทาง เปิดทาง และอย่าขวางทาง เอากฏระเบียบที่เป็นอุปสรรคออกไป

ส่วนเรื่องการออกเสียงประชามติ นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า พรรคพร้อมเดินหน้าจุดยืนที่ประกาศไปแล้ว และจะเดินหน้าแก้ที่มาสว.และความโปร่งใสองค์กรอิสระด้วย

*พรรคภูมิใจไทย เน้นกระจายโอกาส แก้ผลประโยชน์ทับซ้อน ทุนผูกขาด

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า วาระที่สำคัญที่สุดต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ ทำอย่างไรให้เศรษฐกิจปากท้อง กระจายอย่างทั่วถึงและหลุดพ้นจากบ่วงกรรมนี้ได้ ซึ่งพรรคตั้งใจจะเปลี่ยนเศรษฐกิจด้วยคนที่มีประสบการณ์ มืออาชีพ ซึ่งพรรคได้นำคนที่มีความตั้งใจ มีศักยภาพเชื่อถือได้ ทำเรื่องความมั่นคง ทั้งอธิปไตยและเศรษฐกิจปากท้อง ทำเป็นตัวอย่างให้ดูแลตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมาและหวังว่า จะได้ทำต่อไปอีก

นางศุภจี ยืนยันว่า จำเป็นต้องแก้เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและทุนผูกขาด เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจที่ต่ำเหลือเพียง 2% ก็กระจุกอยู่ที่คนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งนโยบายของพรรค เน้นเรื่องการทั่วถึง กระจายตัว ในทุกกลุ่มคน ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่

นางศุภจี กล่าวถึงกรณีต่างชาติประเมินไทยกำลังเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชียว่า การบริโภคในประเทศมีปัญหา วิธีแก้ต้องเข้าไปกระตุ้น คนละครึ่งพลัส ให้เศรษฐกิจไปต่อได้ และเรื่องการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ เราขาดดุลงบประมาณทุกปี เราใช้ได้จริงๆ 4-5 แสนล้านบาท เราต้องใช้ให้แม่นยำ และหากดูจากประเทศที่มั่นคงทางเศรษฐกิจ การใช้จ่ายภาครัฐควรไม่ต่ำกว่า 40%

นางศุภจี ระบุว่า ยังไม่เป็นนักการเมืองเต็มตัว ไม่ได้เป็นนักการเมืองตั้งแต่กำเนิด แต่เชื่อมั่นในพรรคภูมิใจไทย 100% และยืนยันว่า ไม่ได้ทำให้พรรค แต่ทำให้คนไทย เพราะประเทศไทยสุ่มเสี่ยงจึงอาสาเข้ามาทำงาน และในช่วง 4 เดือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคก็ให้อิสระเต็มที่ ไม่เคยก้าวก่ายในการทำงาน และพรรคทำงานเป็นทีม

นางศุภจี ยืนยันว่า ตนไม่ได้สนใจในพรรคมีบ้านใหญ่ บ้านเล็ก เพราะทุกคนควรมีธงเดียวกัน คือทำให้ประเทศไทยและคนไทย

ส่วนเรื่องการออกเสียงประชามติ นางศุภจี กล่าวว่า พรรคสนับสนุนให้เป็นเสียงประชาชนว่า เห็นชอบ แต่จะไม่แตะหมวด 1 หมวด 2


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ