เลือกตั้ง'69: สะพัดโผครม. "อนุทิน 2" ภท.คุม 14 กระทรวง ดัน "เลือดแท้-บ้านใหญ่" ขึ้นแท่นรมต. ปัดข่าวตีกลับรายชื่อพท.

ข่าวการเมือง Thursday February 26, 2026 15:08 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ในรัฐบาล "อนุทิน 2" ของพรรคภูมิใจไทยคาดกันว่า พรรคภูมิใจไทยจะได้ดูแล 19 ที่นั่งใน 14 กระทรวง โดยโควตาหลักมาจากกลุ่มดรีมทีมเศรษฐกิจและกลุ่มบ้านใหญ่ต่างๆ

ทั้งนี้ มีการรายงานว่า พรรคจะจัดสรรเก้าอี้ให้กับสส.กลุ่มเลือดแท้ ที่ทำงานให้กับพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด โดยมีชื่อหลายคน อาทิ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ นางสุขสมรวย วันทนียกุล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี

ซึ่งถือเป็นการล้างไพ่ ไม่คิดตำแหน่งรัฐมนตรีตามสัดส่วน สส. 10 คนต่อ 1 รัฐมนตรี แต่เปลี่ยนเป็นคัดเลือกจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทายาทบ้านใหญ่ หรือคนที่ทำงานให้พรรค มีบทบาทตัดสินใจงานในสภาผู้แทนราษฎร และคนที่เป็นเลือดสีน้ำเงินแท้ ไม่เคยทิ้งพรรคภูมิใจไทย

ส่วนตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร มีแนวโน้มจะเป็น นายโสภณ ซารัมย์ สส. บุรีรัมย์ หลายสมัย และในส่วนชื่อของรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีความเป็นไปได้ เช่น นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช นายสนอง เทพอักษรณรงค์ และนายศุภชัย ใจสมุทร

อย่างไรก็ตาม สำหรับโควต้ารัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย หลังเปิดชื่อนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ปรากฎว่า พรรคภูมิใจไทยขอตีกลับ เนื่องจากติดกับ 3 รายชื่อหลัง คือ นายสุริยะ นายสมศักดิ์ และนายประเสริฐ โดยอยากให้พรรคเพื่อไทย ส่งคนรุ่นใหม่มาเป็นรัฐมนตรี

ด้านนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย สส.จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงกรณีเรื่องการตีกลับชื่อโควต้ารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้ย้ำจุดยืนว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้จริงต่อเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผล สส. อย่างเป็นทางการทั้งหมด และสถานการณ์การเมืองนิ่งเสียก่อน โดยปฏิเสธกระแสข่าวปิดดีลล่วงหน้า และยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน และกลไกตามกฎหมาย

นายอนุทิน ยืนยันภายหลังมีกระแสข่าวดังกล่าวออกมาว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกับพรรคการเมืองใดเกี่ยวกับการจัดสรรกระทรวงหรือโควตาตำแหน่งต่าง ๆ พร้อมยอมรับว่า การคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะต้องพิจารณาเรื่องคุณสมบัติโดยต้องยึดตามแนวทางและหลักการที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวางบรรทัดฐานไว้

"แน่นอน เราต้องดูการตีความคุณสมบัติตามที่ศาลรัฐธรรมนูญตั้งเอาไว้ เราต้องให้ความสำคัญตรงนั้น"นายอนุทิน กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ