นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีว่า ยังไม่มีการพูดคุยเพิ่มเติมในรายละเอียดเรื่องกระทรวง ซึ่งเป็นไปตามแนวทางตั้งแต่วันที่ได้พบปะพูดคุยกันครั้งแรก โดยพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่ใช่พรรคที่มีคะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 จะต้องรอให้พรรคอันดับ 1 เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลและรวบรวมเสียงให้ครบถ้วนก่อน ซึ่งล่าสุด ได้ทราบจากข่าวว่ารวมเสียงฝ่ายรัฐบาลได้เกือบ 300 เสียง แสดงถึงความพร้อมในการเป็นรัฐบาล หลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของพรรคแกนนำ ที่จะนัดหมายพรรคร่วมเข้าไปหารือเกี่ยวกับความเหมาะสมด้านบุคลากร และความถนัดของแต่ละพรรค รวมถึงนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง
พร้อมย้ำว่า อำนาจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี เป็นของนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลังจากการรับรอง สส.แบบแบ่งเขต ก็จะเป็นการรับรองสส.แบบบัญชีรายชื่อ จากนั้นคาดว่าจะเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกประธานรัฐสภาในช่วงปลายเดือนหน้า และโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าหลังจากนั้นน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น และมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.ต่อไป
"ฉะนั้นอำนาจไม่ได้อยู่ที่พรรคเพื่อไทย แต่การตัดสินใจร่วมกัน ก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล เชื่อว่าจะมีการพูดคุยในลักษณะนี้เกิดขึ้น และจะเป็นไปอย่างราบรื่น เข้าใจตรงกัน" นายจุลพันธ์ กล่าวส่วนกระแสข่าวที่ว่าพรรคภูมิใจไทย "ตีกลับ" รายชื่อบุคคลที่พรรคเพื่อไทย เสนอให้เป็นรัฐมนตรีนั้น นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เนื่องจากพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ส่งรายชื่อไปยังพรรคภูมิใจไทย และยังไม่มีการพูดคุยกันภายในพรรคเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
"ได้สอบถามไปทางภูมิใจไทยแล้ว ก็ไม่พบว่ามีใครปล่อยข่าวนี้ และก็ไม่ได้คิดไกลถึงขั้นว่า ทำไมจึงมีข่าวแบบนี้ออกไป มองว่าเป็นเรื่องปกติของการเมือง ที่อยู่ในช่วงสุญญากาศระหว่างรอกระบวนการต่าง ๆ คงไม่ใช่การปล่อยข่าว แต่เป็นความเข้าใจ หรือความคิดของสังคมบางส่วนที่อาจเกิดขึ้นได้" หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว
พร้อมย้ำว่า พรรคเพื่อไทย ยืนยันคุณสมบัติของ ผู้สมัคร สส.ทุกคน โดยเฉพาะชื่อของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่ถูกพาดพิงถึงนั้น ล้วนเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของพรรค ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ชัดเจนแล้วทั้งความสามารถในการบริหาร และด้านนิติบัญญัติ ไม่มีความด่างพร้อยในการทำงาน เมื่อมีข่าวที่ไม่มีมูลออกมา ก็ต้องขอให้ความเป็นธรรมต่อบุคลากรของพรรคด้วย
สำหรับการวางตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับ สส. ของพรรค ตนมองว่าผู้สมัคร สส.ของพรรคหลายคน มีคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรี หลายคนมีประสบการณ์หลายสมัย ก็เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคที่จะต้องมาหารือกันอีกครั้ง แต่วันนี้ยังไม่มีการเริ่มพิจารณา
ด้าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวภายหลังนำทีม สส.แบ่งเขตของพรรค เข้ารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยยืนยันว่า นับตั้งแต่ที่ได้ประกาศร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีกับพรรคภูมิใจไทยแต่อย่างใด ขณะที่ภายในพรรคเพื่อไทยเอง จะต้องพูดคุยกันก่อนว่าจะวางบทบาทอย่างไร และต้องเตรียมพร้อมต่อการทำงานทุกรูปแบบ
สำหรับข่าวที่ออกมาว่า พรรคภูมิใจไทย ต้องการได้คนรุ่นใหม่มานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะนำมาหารืออยู่แล้ว
"สิ่งที่พยายามจะทำ คือ วันแรกที่เข้าไปทำงาน เราจะทำอะไรบ้าง อย่างที่สอง คือ ตอนนี้ประเทศไทยมีปัญหาอะไร กระแสโลกเป็นอย่างไร เราก็พยายามดูว่า บุคลากรของพรรคจะทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างเหมาะสมได้อย่างไร แน่นอนว่าทุกคนมองไปที่ใครจะนั่งกระทรวงใด แต่จริง ๆ แล้วสนใจแค่กระทรวงของตัวเองอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกับทุกคนได้ และผลักดันประเทศชาติไปข้างหน้า" นายยศชนัน กล่าวพร้อมปฏิเสธที่จะตอบว่า จะได้นั่งตำแหน่ง รมว.อุดมศึกษาฯ หรือไม่ โดยระบุว่า ยังตอบไม่ได้ แต่ขณะนี้ ทางพรรคได้เตรียมทำการบ้านไว้แล้วทุกกระทรวง
ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่าจะมีการโยนเผือกร้อน อย่าง กระทรวงแรงงาน หรือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มาให้พรรคเพื่อไทยกำกับดูแลนั้น นายยศชนัน ระบุว่า ไม่มีกระทรวงไหนที่คิดว่าเป็นเผือกร้อน ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับกระทรวงเกรดเอ เกรดบี ทุกกระทรวงมีความสำคัญทั้งหมด
เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายนายทักษิณ ชินวัตร จะวางมือทางการเมือง จะมีผลต่อพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว และสำหรับทางพรรคเพื่อไทย ก็ยังทำงานกันต่อไป
ทั้งนี้ หลังจากเข้ามารายตัวที่สภาฯ แล้ว นายยศชนัน จะกลับไปที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อเป็นประธานการประชุมเกี่ยวกับข้อกฎหมายประมาณ 20 ฉบับ ที่พร้อมจะเสนอเข้าสู่สภาฯ ทันทีที่มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการทำงานด้านนิติบัญญัติ