เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ !! เมื่อ "พรรคภูมิใจไทย" ชนะการเลือกตั้งสมัยล่าสุดแบบแลนด์สไลด์ กวาดเก้าอี้ สส.ไปสูงถึง 193 ที่นั่ง หรือว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคสีน้ำเงินเต็มตัว?
แต่ปรากฏการณ์ครั้งนี้ จะเป็นชัยชนะที่ยั่งยืนหรือไม่ เพราะแม้ว่ารูปเกมจะดูเอื้อให้ฝั่งภูมิใจไทยกุมอำนาจสูงสุด แต่ถ้าไม่ระวังให้ดีก็อาจมีระเบิดเวลาที่พร้อมย้อนกลับมาเช็คบิลได้ทุกเมื่อ !?
"Talk Time" EP.นี้ จะไปพูดคุยกับ นายสติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จะมาวิเคราะห์เจาะลึก ว่าการครองอำนาจในครั้งนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไร และจะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยไปได้จริงหรือไม่ ?
1) ขึ้นแท่นตัวแทนฝั่งอนุรักษ์นิยม : เมื่อหมดยุคลุงตู่ คนที่ไม่สนส้ม-แดง ก็มองหาที่พึ่งใหม่ ซึ่งน้ำเงินเป็นตัวเลือกที่ยอมรับได้
2) จุดขายเรื่องชาตินิยม : ได้ใจคนไทยบางกลุ่มจากการแสดงจุดยืนเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
3) นโยบายไม่ขายฝัน : การฟอร์มทีม "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" ทำให้คนเชื่อมั่นว่านโยบายเกิดขึ้นได้จริง
4) โชว์พลังบ้านใหญ่ คว้าชัยชนะสส.เขต : ซึ่งเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด แม้จะมีคู่แข่งสไตล์เดียวกันอีกสองพรรคอย่างเพื่อไทยและกล้าธรรม แต่ภูมิใจไทยก็ปิดเกมชนะได้อย่างขาดลอย
ชนะการเลือกตั้ง ได้เก้าอี้สส. 193 ที่นั่ง
มีสัมพันธ์อันดีกับ สว. จนมีชื่อเรียก "สว.สีน้ำเงิน"
Ecosystem ทุกอย่างตอนนี้ดูเหมือนจะเอื้อให้ภูมิใจไทย
"แต่อย่าชะล่าใจ เพราะ Voter ฝ่ายอนุรักษ์นิยมมีมาตรฐานสูง หากมีข้อครหาเรื่องทุจริตหรือเอื้อพวกพ้อง ฐานเสียงตรงนี้จะกลับมาทิ่มแทงพรรคเองจนอยู่ยาก" นายสติธรกล่าวเนวินวางตัวเป็น "ครูใหญ่" ที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ลงเบื้องหน้าหรือเป็นผู้ช่วยหาเสียงแบบทักษิณ
ทักษิณเน้นความเป็นผู้นำเดี่ยว อย่างในสโลกแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" แต่เนวิน เน้นสร้างเครือข่าย มีมือทำงานหลายด้าน ดันคนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาท
คาดรัฐบาลชุดแรก "ไม่มีกล้าธรรม"
สูตร "ภูมิใจไทย + เพื่อไทย + พรรคเล็ก" น่าจะเพียงพอ และต้องถูกใจฝ่ายอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นคะแนนเสียงสำคัญ
"จะอยู่ครบวาระหรือไม่ ? ขึ้นอยู่กับผลงาน การรับมือวิกฤตหรือสถานการณ์โลกที่ผันผวน หากผลงานดีก็ไปต่อได้ แต่ถ้าไปต่อไม่ไหว ก็ต้องล้างไพ่ แล้วเลือกกันใหม่" อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ กล่าวทิ้งท้าย
https://youtu.be/z8ccyI7lAeI