เลือกตั้ง'69: กกต.ยังไม่รับรอง สส.สุพรรณฯ เขต 2 เหตุพบ กปน.ส่อทำเลือกตั้งไม่สุจริต เร่งสืบสวนต่อ

ข่าวการเมือง Wednesday March 4, 2026 19:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า วันนี้ กกต.มีมติประกาศรับรอง สส.แบบแบ่งเขตเพิ่มอีก 3 เขต คือ พะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 และจันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 ส่วน จ.สุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 ที่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองผลนั้น เนื่องจากพบว่าการปฎิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ส่อให้เห็นถึงความไม่สุจริต เที่ยงธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การสืบสวนไต่สวนต่อไป

"กรณีนี้เป็นความปรากฏต่อ กกต.ว่ามีผลการนับคะแนนที่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนของการสืบสวนไต่สวนของคณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็จะได้มีการสรุปให้กับ กกต.ได้พิจารณา โดยตามกฎหมายแล้ว กกต.มีเวลาในการสอบสวน 60 วัน" รองเลขาธิการ กกต.ระบุ

สำหรับจำนวน สส.แบบแบ่งเขต ที่ได้ประกาศรับรองผลเพิ่มเติมวันนี้อีก 3 คน และที่รับรองไปก่อนหน้านี้ 396 คน รวมเป็นทั้งสิ้น 399 คน ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 172 คน, พรรคประชาชน 88 คน, พรรคเพื่อไทย 58 คน, พรรคกล้าธรรม 56 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน, พรรคไทรวมพลัง 5 คน, พรรคพลังประชารัฐ 4 คน, พรรคประชาชาติ 4 คน, พรรคไทยสร้างไทย 1 คน และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน

ขณะที่ กกต.ได้ประกาศรับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อครบทั้ง 100 คนในวันนี้แล้วเช่นกัน โดยเป็น สส.จากพรรคประชาชน 32 คน พรรคภูมิใจไทย 19 คน พรรคเพื่อไทย 16 คน พรรคประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคเศรษฐกิจ 3 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน และอีก 13 พรรคการเมือง พรรคละ 1 คน ได้แก่ พรรครวมใจไทย พรรคประชาชาติ พรรคใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมิติใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทรวมพลัง และพรรคพลังประชารัฐ รวมแล้ว จำนวน 100 คน

"ระยะเวลาในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง และกระบวนการจัดการเลือกตั้ง เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย กรณีที่พบว่ามีจำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ ก็ได้สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ไปหลายหน่วยเลือกตั้ง ดังนั้น การรับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ สส.แบบแบ่งเขต จึงดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง" รองเลขาธิการ กกต.ระบุ

พร้อมกันนี้ กกต.ยังได้สรุปจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีทั้งสิ้น 37.80 ล้านคน คิดเป็น 71.43% ของจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 52.93 ล้านคน เป็นบัตรดี 35.03 ล้านใบ คิดเป็น 92.65% บัตรเสีย 1.66 ล้านใบ คิดเป็น 4.42% บัตรไม่เลือกผู้ใด 1.10 ล้านใบ คิดเป็น 2.93%

ส่วนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 37.80 ล้านคน คิดเป็น 71.43% ของจำนวนผู้มีสิทธิ 52.93 ล้านคน เป็นบัตรดี 34.86 ล้านใบ คิดเป็น 92.21% บัตรเสีย 1.33 ล้านใบ คิดเป็น 3.54% และบัตรไม่เลือกผู้ใด 1.60 ล้านใบ คิดเป็น 4.25%

รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า สาเหตุที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิ สส.ทั้ง 2 ประเภท มีความแตกต่างกันเนื่องจากกรณีบัตรเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาญาจักร มีการส่งบัตรกลับมาไม่ครบ 2 ใบ และกรณี กปน.ขอเพิ่มชื่อที่หน่วยเลือกตั้งที่ไปปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งตามกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าเขามีสิทธิเลือกตั้งคนละเขตที่ปฎิบัติหน้าที่ จะมีสิทธิ์เพิ่มเฉพาะแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น และกรณีผู้มาใช้สิทธิกับบัตรไม่ตรงกันที่ กกต. สั่งให้ลงคะแนน หรือนับคะแนนใหม่

โดย 10 อันดับแรกที่มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุด ได้แต่ อันดับ 1 พัทลุง 2. ลำพูน 3. นครนายก 4. นครปฐม 5. สงขลา 6. พระนครศรีอยุธยา 7.ราชบุรี 8. สระบุรี 9. เชียงใหม่ และ 10. เพชรบุรี

ขณะที่การออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่า มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 36.87 ล้านคน คิดเป็น 69.65% จากจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง 52.93 ล้านคน โดยผู้มาใช้สิทธิที่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ 21.62 ล้านคน คิดเป็น 58.64% ส่วนไม่เห็นชอบ 11.24 ล้านคะแนน คิดเป็น 30.49% และไม่แสดงความคิดเห็น 3.07 ล้านคน คิดเป็น 8.34% และมีบัตรเสีย 932,583 ใบ คิดเป็น 2.53%

ด้านนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ในส่วนเรื่องร้องเรียน ร้องคัดค้านการเลือกตั้ง มีทั้งสิ้น 246 เรื่อง ในจำนวนนี้ 30% เป็นการร้องเรื่องซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเรื่องร้องทุจริตทุกเรื่อง อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนในชั้นของสำนักงาน กกต. ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการ ต้องเปิดโอกาสผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง ซึ่งต้องใช้เวลา กกต.จึงเห็นว่าการพิจารณาภายในระยะเวลา 60 วันจะดำเนินการไม่ทัน จึงประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อน แต่ทั้งนี้ไม่ตัดอำนาจ กกต. ในการสืบสวนสอบสวนในภายหลัง

ส่วนคำร้องกรณีการกระทำผิดในการออกเสียงประชามติ มีทั้งสิ้น 6 คำร้อง และอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้น น้อยกว่าเรื่องร้องเรียน สส. กกต. จึงต้องประกาศผลการออกเสียงประชามติไปก่อน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ