พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กเปิดหัวข้อการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล โดยระบุว่า ในวันที่คนไทยถูกล้อมด้วยวิกฤตเฉพาะหน้า น้ำมันแพง ค่าไฟจ่อปรับขึ้น รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ ซ้ำเติมวิกฤตระยะยาว หนี้ท่วมประเทศ คอร์รัปชันเบ่งบาน คุณภาพการศึกษาตกต่ำ สังคมสูงวัย และภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น
"รัฐบาลสีน้ำเงินเต็มรูปแบบ จะพาประเทศเราไปได้ไกลแค่ไหน แม้จะว่ากันว่ารัฐบาลชุดนี้มาพร้อมรัฐมนตรีที่มีคนอวยว่าจะช่วยรักษาประเทศไทยให้หายจากการเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะแก้สารพัดความห่วย ดันเศรษฐกิจไทยหลุดอันดับบ๊วย จนคนไทยต้องร้องว่ารวยไม่ไหวแล้ว แต่ภายในวันแรกของรัฐบาล ประชาชนทั่วประเทศกลับประสานเสียงว่า พอแล้ว ...ไม่ไหวแล้ว" พรรคประชาชน ระบุพร้อมเชิญชวนให้เตรียมพบกับการอภิปรายคำแถลงนโยบายรัฐบาลภูมิใจไทยพลัส โดยพรรคประชาชน เพื่อตีแผ่วิกฤตประเทศไทยในเงื้อมมือรัฐบาลอนุทินที่มุ่งปกป้องผลประโยชน์ของตนและพวกพ้องเป็นสำคัญ ในวันที่ 9-10 เม.ย. นี้
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน. เปิดเผยว่า สิ่งที่เป็นปัญหาสูงสุดของรัฐบาลในขณะนี้คือ ประชาชนและภาคเอกชน ขาดความเชื่อมั่น เชื่อใจในรัฐบาล กับการที่ประชาชนตั้งคำถามว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ที่มาที่ไปของฐานอำนาจของรัฐบาลชุดนี้ ตกลงมาจากไหน เราอาจจะเห็นโฉมหน้าของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี (ครม.) หลายคนที่อาจจะมีความรู้ความสามารถจริงในบางสาย แต่โดยส่วนใหญ่เรายังเห็นโฉมหน้าของครม. ที่มาจากโควตาทางการเมือง ซึ่งพวกเรายืนยันมาโดยตลอดว่า โฉมหน้าของครม. ลักษณะนี้ต่อให้จะมีนโยบายที่สวยหรูขนาดไหน ก็อาจไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างใหญ่ ๆ ได้ หากไม่กล้าชนกับคอร์รัปชัน ผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง
ทั้งนี้ พรรคประชาชนพร้อมเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาล ถึงความเดือดร้อนของประชาชน สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือมองไปข้างหน้า หากเรามองวิกฤตที่ผ่านมา ในเรื่องของฝุ่น PM 2.5 และน้ำมัน รัฐบาลมักตามแก้ปัญหาย้อนหลัง ซึ่งทั้ง 2 เรื่องเป็นวิกฤตเฉพาะหน้าที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนมาก ๆ อยู่ในขณะนี้ แต่จริง ๆ ต้องบอกว่าประเทศเรามีวิกฤตเรื่องเศรษฐกิจที่โตรั้งท้าย เช่น ปัญหาด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม หรือตลาดพลังงานที่เราเรียกร้องให้มีการเปิดเสรี การเกณฑ์ทหาร โดยพรรคประชาชนได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน คงจะอภิปรายทุกอย่างได้อย่างรอบด้าน โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายเปิด แล้วตามด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคปชน. ชุดแรกอาจจะเป็นการเปิดอภิปรายด้วยประเด็นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนรอฟังอยู่ทั้งประเทศ และจะมีการอภิปรายต่อเนื่องจนครบทุกด้าน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากดูเฉพาะในเรื่องของนโยบาย ในหลักการไม่ได้ติดขัด หลายอย่างพรรคประชาชนเคยนำเสนอในส่วนนี้ เช่น เรื่องโครงสร้างของทีมบริหาร แต่การออกแบบโครงสร้างผังบริหารนโยบาย เรียกว่าเอาจากพรรคอื่น ๆ มามัดรวมกันอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่จำเป็นของประเทศไทยในขณะนี้ คือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลัง นโยบายจะขับเคลื่อนอย่างมีพลังได้ต้องมีการร่วมมือจากทุกส่วน
ส่วนการประเมินว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยู่ที่รัฐบาลจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับให้กับประชาชนได้หรือไม่ การแถลงนโยบายคือจุดเริ่มต้น สิ่งที่ตนคิดว่าสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือการทำให้ประชาชนเห็นว่า ที่มาของรัฐบาลชุดนี้มีความถูกต้อง ซึ่งความชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้ควรเริ่มต้นมาจากการเลือกตั้งที่โปร่งใส และเป็นธรรม