นายกฯ บินด่วนลงชายแดนใต้ดึง "วันนอร์" ร่วมดับไฟขัดแย้งปักธงสันติภาพลั่นทุกฝ่ายเลิกมองผ่านอคติ

ข่าวการเมือง Friday April 17, 2026 15:14 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกฯ บินด่วนลงชายแดนใต้ดึง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะเดินทางถึงศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อประชุมร่วมกันส่วนราชการในพื้นที่ หลังจากเกิดสถานการณ์ความเข้าใจไม่ตรงกันของสถาบันปอเนาะที่ไม่พอใจกับการให้สัมภาษณ์ของแม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงเหตุการณ์การลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และความไม่สงบในพื้นที่

การหารือครั้งนี้มีนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูล เลขาธิการ ศอ.บต. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายวันมูฮะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พล.ร.อ.ไพรโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อุกฤษณ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเดินทางมาที่ ศอ.บต. เป็นความตั้งใจจะมาพบปะข้าราชการที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยืนยันว่ารัฐบาล และหน่วยงานความมั่นคงทุกคนให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก โดยได้รับเกียรติจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ มาเป็นที่ประธานปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งในความเหมาะสม และความอาวุโส ทำให้คิดว่าสถานการณ์ตอนนี้น่าจะเป็นจังหวะที่ดีที่ได้บุคลากรที่มีประสบการณ์ มีบารมี มีความชำนาญในพื้นที่มาเป็นเรี่ยวแรงของรัฐบาล

การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ยึดหลักการ "เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา" เป็นการน้อมนำแนวทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เพราะเราเชื่อว่าด้วยแนวทางนี้จะสามารถนำสันติสุขที่ยั่งยืนกลับมาคืนสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้โดยเร็ว ทั้ง 3 คำเป็นคำง่ายๆ แต่มีความหมาย

คำว่า "เข้าใจ" หมายถึง เราศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้งเพื่อให้เข้าใจปัญหา เข้าใจพื้นที่ และเข้าใจวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่

คำว่า "เข้าถึง" หมายถึง การลงพื้นที่อย่างจริงจังไปพบปะกับพี่น้องประชาชนไปรับรู้ รับทราบสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นต้องการ รับทราบปัญหา สร้างความเข้าใจในตัวพวกเขา เพื่อที่จะสร้างความไว้วางใจของพวกเขาที่มีต่อพวกเรา

และ "พัฒนา" คือการแก้ไขปัญหาและการสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้วิธีการที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในบริบทของชุมชนที่เราเข้าไปบริหารจัดการ สุดท้ายเราต้องมาร่วมกันพัฒนาพื้นที่นี้ให้เกิดความสงบสุข สันติสุข ความเจริญทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่ให้ได้ผลสัมฤทธิ์ ซึ่งหากเราได้ความร่วมมือจากประชาชนความไว้วางใจ และมั่นใจ เราจะสำเร็จผลตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้ก็จะเกิดขึ้นได้โดยเร็ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า มาอัพเดทสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก เพราะมีปัจจัยและปัญหาใหม่ๆ เข้ามา ทำให้ต้องทบทวนความเข้าใจเสมอ ซึ่งเป็นประการด่านแรกที่เราต้องปรับให้ได้ โดยได้ให้แนวทางข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในฐานะฝ่ายปกครอง ทำงานทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที

"สถานการณ์ในภาคใต้ขณะนี้ต้องอยู่กับโลก เพราะโลกมีปัญหาและเป็นปัญหาที่สามารถเกี่ยวโยง ทำให้เกิดผลกระทบกับ 5 จังหวัดของ ศอ.บต. คือสตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ฉะนั้นเราต้องทันโลก ทันสมัย ทันเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา ขอให้หน่วยที่สังกัดของสำนักนายกรัฐมนตรีได้ยึดถือหลักการนี้เป็นแนวทางในการทำงาน เพื่อทำให้ภารกิจของ ศอ.บต.ได้บรรลุเป้าหมายต่อไป"

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การมาประชุมในวันนี้ นอกเหนือจากปัญหาที่เป็นเรื่องความมั่นคงแล้ว ก็มาเพื่อยืนยันการสนับสนุน ศอ.บต. ที่เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ และพร้อมที่จะรับฟังว่ามีสิ่งใดที่จะให้ ครม. และรัฐบาลให้การสนับสนุนเป้าหมายของ ศอ.บต.บ้าง และให้ความมั่นใจหน่วยงานความมั่นคงที่ทำหน้าที่อย่างทุ่มเทในการดูแลชายแดนและความสงบ รวมถึงการสร้างความสันติสุขในพื้นที่ ซึ่งพวกเราทุกคนเต็มใจ ตั้งใจที่จะลงมาและคาดว่า สิ่งที่จะได้หารือวันในวันนี้จะสามารถกำหนดแนวทางปฏิบัติ เพื่อที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศของเรา

"เรามีผู้ทรงคุณวุฒิ มีบารมี อยู่ในพื้นที่ด้วยอย่างนายวันนอร์มาช่วยอีก 1 แรง และผมคิดว่าเราคงจะปล่อยให้เหตุการณ์มันอยู่แบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้เป็นอันขาด เรามีรองประวุฒิสภา ซึ่งเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ที่เข้าใจพื้นที่เป็นอย่างดี เรามาช่วยกันทำงาน ไม่ได้มาจ้องจับผิดใครหรือมาฟื้นฝอยหาตะเข็บอะไรที่ไหน เรามองไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่เราตั้งทำให้พี่น้องประชาชนมีความเข้าใจเจตนารมณ์ของเรา และสร้างความมั่นใจ ความเชื่อมั่นให้กับพวกเขาให้ได้"นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกภารกิจที่ลงพื้นที่ ล้วนมุ่งหวังให้ชายแดนใต้ เป็นโอกาสของประเทศไทย เป็นโอกาสของประชาชนทุกกลุ่มทั้งชาวไทยมุสลิมและชาวไทยพุทธ และต้องพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้มีศักยภาพในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศ รวมถึงยกระดับเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ ให้สามารถมีรายได้ที่มั่นคง ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บทความที่ได้อ่านเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งสะท้อนมุมมองต่อพี่น้องชาวมุสลิม โดยชี้ว่า ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ พนักงาน แคชเชียร์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือแรงงานบริการต่าง ๆ ต่างมีความสัมพันธ์ที่ดี มีรอยยิ้มและความเชื่อใจต่อกัน แต่เมื่อบุคคลเดียวกันกลับไปอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ กลับถูกมองต่างออกไป ราวกับเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่ง เราต้องถอดอคติที่มีต่อสภาพแวดล้อม ไม่ใช่อคติต่อคน แต่บางครั้งเรามองว่า พื้นที่นี้ไม่มีความสงบ และเหมารวมว่าคนในพื้นที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบ ซึ่งไม่ใช่

นอกจากนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาต้องมุ่งแก้ที่ต้นเหตุอย่างตรงจุดไม่เหมารวมประชาชน โดยเชื่อว่า ทุกคนในพื้นที่ล้วนต้องการความสงบสุขและสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่สันติภาพ คือ ความยุติธรรม จากการศึกษาประวัติศาสตร์ พบว่าความต้องการหลักของประชาชนในพื้นที่ คือ ความเป็นธรรม แม้ในบางช่วงจะมีแนวคิดหรือการแสดงออกที่เกินกรอบอุดมการณ์ แต่หากรัฐสามารถสร้างความเข้าใจ และแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ก็จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ