ป.ป.ช.แจงเหตุยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ปมซุกหุ้น ชี้ไม่จงใจปกปิดทรัพย์สิน ยันไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรธน.

ข่าวการเมือง Thursday April 23, 2026 12:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีมีมติยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ถูกกล่าวหาว่าซุกหุ้นหรือถือหุ้นแทน (นอมินี) ใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ โดย ป.ป.ช. ระบุว่า พฤติการณ์ยังฟังไม่ได้ว่าจงใจปกปิดหรือแจ้งข้อมูลเท็จ ยืนยันคำวินิจฉัยไม่ขัดแย้งกับศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ไม่พบการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเข้าประมูลงานรัฐ

*กรณียื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. ระบุว่า นายศักดิ์สยาม ได้ยื่นบัญชีต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรมว.คมนาคม จำนวน 6 ครั้ง โดยในการยื่นบัญชีทั้ง 6 ครั้ง ไม่ปรากฏว่ามีรายการเงินลงทุนที่เป็นหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแต่อย่างใด

แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 17 ม.ค.67 ว่า นายศักดิ์สยาม ยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยมีนาย ศ. เป็นผู้ครอบครองหุ้น และดูแลแทน ซึ่งเป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 187 ดังนั้น ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ จึงสิ้นสุดลงเฉพาะตัว

แต่จากเอกสารหลักฐานทางทะเบียนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ปรากฏว่า นายศักดิ์สยาม และนาย ศ. ได้ซื้อขายสิทธิเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และชำระเงินเสร็จสิ้น รวมทั้งได้เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นทางทะเบียนแล้ว ก่อนที่นายศักดิ์สยาม จะมีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในทุกตำแหน่ง

ต่อมาเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม สิ้นสุดลง นายศักดิ์สยามจึงได้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยขอให้นาย ศ. โอนสิทธิเงินลงทุนในหุ้นของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น คืน และให้นาย ศ. ออกจากการเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดและหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น แต่นาย ศ. เพิกเฉย นายศักดิ์สยาม จึงได้มีการนำคดีมาฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี จนกระทั่งประนีประนอมยอมความกัน

อีกทั้ง เมื่อดำเนินการทางกฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว นายศักดิ์สยาม ได้ขอปรับปรุงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินโดยแจ้งข้อเท็จจริงและแสดงเอกสารหลักฐานการซื้อขายที่ดิน และการชำระเงินค่าที่ดินเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ดังนั้น จากพฤติการณ์ดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นว่า นายศักดิ์สยาม เข้าใจว่าตนได้มีการโอนหุ้นดังกล่าวไปโดยชอบ เนื่องจากมีการจดทะเบียนโอนหุ้น และไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม เข้าไปดำเนินการใด ๆ ภายหลังจากมีการโอนหุ้นแล้ว จึงไม่ได้แสดงหุ้นดังกล่าวไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเมื่อวันที่ 8 ก.ย.68 แล้ว เห็นว่า รายการทรัพย์สินและหนี้สินที่แสดงถูกต้องและมีอยู่จริง ผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินไม่ปรากฏว่าผิดปกติ จึงให้จัดทำผลการตรวจสอบแล้วเปิดเผยให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป

"ทั้งนี้ จากข้อเท็จจริงข้างต้น กรณีที่นายศักดิ์สยาม ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยไม่ปรากฏว่ามีรายการเงินลงทุนที่เป็นหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จึงยังฟังไม่ได้ว่า เป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น

และข้อเท็จจริงดังกล่าวที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยและมีมติเป็นข้อเท็จจริง คนละประเด็นกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเกี่ยวกับความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ประกอบกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาวินิจฉัยแล้ว

ดังนั้นมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยภายหลังจากที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว"

*กรณีการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เข้าทำสัญญากับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กำกับดูแล

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานโดยการสอบปากคำพยานบุคคลจำนวน 25 ปาก และขอทราบข้อเท็จจริงจากกระทรวงคมนาคม การที่นาย ศ. เป็นผู้ครอบครองหุ้นและดูแลบริหารจัดการห้างดังกล่าว และทำสัญญากับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท จึงไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ได้ใช้อำนาจหน้าที่โดยตรงหรือสามารถใช้อำนาจใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับห้างในการดำเนินกิจการที่เป็นคู่สัญญา รวมถึงไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ในฐานะรมว.คมนาคมเข้าแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมแต่อย่างใด

ประกอบกับวงเงินอนุมัติในการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ ไม่อยู่ในอำนาจของรัฐมนตรี และไม่ปรากฏว่านายศักดิ์สยาม ใช้อำนาจในฐานะรมว.คมนาคมเอื้อประโยชน์ให้กับห้างหรือมีการสมยอมกันเสนอราคาของกลุ่มเอกชนในการเข้าเสนอราคากับกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทแต่อย่างใด

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบัญชีงบดุล กำไร ขาดทุน ที่มีการเปลี่ยนแปลงของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เห็นว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น มีผลกำไรเพิ่มขึ้นจาก 77 ล้านบาทเศษ ในปี 57 เป็น 147 ล้านบาทเศษ ในปี 58 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่นายศักดิ์สยาม เข้ารับตำแหน่งรมว.คมนาคม ถึงประมาณ 5 รอบปีบัญชี จึงไม่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ของนายศักดิ์สยาม

อีกทั้ง จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอเอกสารจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ไม่ปรากฏข้อร้องเรียนว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และนิติบุคคลอื่น ที่ชนะการเสนอราคา และได้เข้าทำสัญญากับกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ในระหว่างปีงบประมาณ 2562 ถึง 2566 นายศักดิ์สยาม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมว.คมนาคมในขณะนั้น ได้มีการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น แต่อย่างใด พยานหลักฐานจึงไม่มีมูลให้รับฟังว่า การกระทำของนายศักดิ์สยาม ได้มีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แทรกแซง หรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด

สำหรับคดีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงนั้น เป็นการร้องเรียนเข้ามาในประเด็นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ