นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า กกต.ได้ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสส.ต่อศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการส่งก่อนกำหนดแม้จะเคยขอขยายเวลาไว้ก็ตาม
สำหรับในส่วนของบัญชีพยานนั้น นายแสวง คาดว่า จะมีการส่งรายชื่ออย่างเป็นทางการต่อศาลรัฐธรรมนูญในสัปดาห์หน้า ซึ่งเบื้องต้นมีจำนวนประมาณ 11 คน ส่วนกรณีมีพยานรายหนึ่งของกกต.มีประวัติส่วนตัวถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้น นายแสวง ยอมรับว่า ทางสำนักงานฯ ได้ทาบทามบุคคลดังกล่าวมาเป็นพยานจริง เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน พร้อมกับย้ำว่า พยานปากนี้เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ ที่กกต.ขอให้มาให้ความเห็นในทางข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่พยานที่มาให้การเรื่องพฤติกรรม ซึ่งตามวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะมุ่งเน้นที่ประเด็นข้อกฎหมายเป็นสำคัญ ความน่าเชื่อถือของพยานจึงอยู่ที่ความถูกต้องของความเห็นทางกฎหมาย
"เราไม่พิจารณาเรื่องพฤติกรรมส่วนตัว แต่เราสนใจความเห็นทางกฎหมาย ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน และในอดีตพยานท่านนี้เคยเป็นทนายความให้กับสว.สำรองในคดีที่ฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ แต่เราก็ยังขอให้ท่านมาเป็นพยานในคดีนี้เพราะความเชี่ยวชาญ"นายแสวง กล่าวส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พยานคนดังกล่าวขอถอนตัวนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม พยานสามารถส่งความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปชี้แจงด้วยตนเอง ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า จะรับฟังพยานหรือให้มาปรากฏตัวหรือไม่
ขณะที่แนวทางการต่อสู้คดี นายแสวง ยืนยันว่า กกต.ไม่มีความกังวลใจ เรามุ่งเน้นการอธิบายถึงโครงสร้างและกระบวนการเลือกตั้งว่าเป็นความลับ ทั้งในระหว่างการลงคะแนนและการเก็บรักษาบัตร ที่เราสู้คดีคือมันลับตลอดไปไม่สามารถสืบย้อนไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ และยืนยันว่า กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย