นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ของรัฐบาลว่า ยินดีให้ตรวจสอบเต็มที่ ต่างคนต่างทำหน้าที่ ตนก็ทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน สิ่งเหล่านี้ตกไปที่ประชาชน ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยทำ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังก็ระบุแล้วว่า ทุกขั้นตอนตรวจสอบได้ ตรวจสอบทางดิจิทัลได้เลย เพราะทุกคนมีส่วนร่วม เรื่องนี้อยากทราบรายละเอียดเรื่องใด ทางกระทรวงการคลังก็พร้อมชี้แจงอยู่แล้ว
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชนระบุว่าการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นการตีเช็คเปล่าว่า คงไม่ใช่ แต่อาจเป็นแบบที่เขาไม่คุ้นเคย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลบางยุคกู้เงินมาแล้วไปทำโครงการต่างๆ แต่ครั้งนี้เงินจะลงถึงมือประชาชนทั้งหมด ไม่ได้มาในรูปแบบของโครงการทำถนนเส้นนั้นเส้นนี้ ไม่ใช่วิธีที่เขาเคยทำมาจึงอาจจะสงสัย
เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีก็พูดชัดเจนว่าในส่วนของ 2 แสนล้านบาทจะเอามาช่วยประชาชนในเรื่องภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่น้ำมันแพง ส่วนอีก 2 แสนล้านบาท เป็นการช่วยลดภาระในการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานสะอาด เช่น ในรูปแบบดอกเบี้ยคนละครึ่ง หรือ การช่วยเหลือเรื่องติดโซลาร์รูฟท็อป
"วันนี้เราเห็นแล้วว่าในโลกนี้มีความต้องการเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานไปเป็นพลังงานสะอาดกันมากขึ้น ประชาชนก็จะมีภาระเพิ่ม ซึ่งรัฐก็จะไปช่วยให้การสนับสนุน ดังนั้นรูปแบบจึงต่างกัน"สำหรับความฉุกเฉินที่ต้องตราเป็น พ.ร.ก.นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่าที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ได้พูดไปเมื่อวานนี้ว่าเงินงบกลางที่เหลืออยู่ก็ต้องสำรองไว้สำหรับเรื่องความมั่นคง และเม็ดเงินก็ไม่เพียงพอ ประกอบกับงบประมาณปี 2570 ต้องรอเดือนตุลาคมจึงไม่ทันการณ์ สถานการณ์วันนี้คำถามคือประชาชนได้รับผลกระทบแล้วหรือยัง สมควรที่จะทำหรือยัง และเมื่อประชาชนได้รับผลกระทบแล้วโดยไม่รู้ว่าสถานการณ์จะจบเมื่อไหร่ มันก็เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดยาวแล้วเงิน 4 แสนล้านบาทหมดไปจะต้องกู้เพิ่มหรือไม่ รัฐบาลได้วางแผนอย่างไร นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ค่อยมาว่ากันอีกครั้ง ณ วันนี้เราบริหารสถานการณ์นี้ เชื่อว่าเงิน 2 แสนล้านบาทในส่วนที่ 2 คือ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน แม้สถานการณ์จะยืดยาวออกไป แต่สามารถช่วยประชาชนลดการใช้พลังงานฟอสซิลได้อย่างมีนัยสำคัญ เท่ากับลดรายจ่ายได้โดยตรง หรือแม้แต่ค่าไฟฟ้าที่พึ่งพาพลังงานแบบเก่าเมื่อมาเป็นพลังงานสะอาดแล้วจะเป็นสิ่งที่ประชาชนสัมผัสได้ แม้สถานการณ์จะยืดยาว แต่สำคัญคือ ทำให้ทัน ถ้าโครงการนี้มีผลกับประชาชนวงกว้างได้ ก็เชื่อว่าจะช่วยประชาชนได้ในระยะยาว
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ นายสิริพงศ์ มองว่า เป็นสิทธิของเขาที่จะดำเนินการ แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอ ซึ่งฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลก็ได้พิจารณาก็เข้าเงื่อนไขทุกข้อในการที่จะออก พ.ร.ก. ได้