"เท้ง" ไม่หวั่นโพล"ชัชชาติ"นำ เชื่อ"ดร.โจ"มีจุดแข็ง หวังได้ สก. ฟูลทีมไปแก้ปัญหากทม.

ข่าวการเมือง Sunday May 10, 2026 17:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมสมาชิกสัมพันธ์อาสาส้ม เขตคลองเตย ซึ่งเป็นการรณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงบทบาทของ สส. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่า วันนี้ตนได้มาที่เขตคลองเตย ซึ่งตอนนี้เรากำลังมุ่งหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง กทม. สิ่งที่จะมาคุยในวันนี้คือ วาระที่ประชาชนจะใช้สิทธิ์ของตนเองผลักดันคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าใน กทม.ได้อย่างไร เปลี่ยนจากกรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองยากๆ ให้เป็นเมืองง่ายๆ ได้อย่างไร

สำหรับแนวทางที่นายณัฐพงษ์เคยให้ไว้ตอนประชุมใหญ่พรรคว่า ไม่อยากให้ สส.เอื้อบ้านใหญ่มาก จะถูกนำมาใช้กับ สก.ด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในฐานะพรรคการเมือง หน้าที่ของเราคือทำงานทางความคิด อย่างสนาม กทม. ตนเชื่อว่าไม่ว่าผู้ว่าคนหนึ่งคนใด จะมาจากพรรคประชาชนหรือไม่ใช่พรรคประชาชนก็ตาม แต่ถ้ามีเฉพาะทีมผู้ว่าฯกทม. โดยไม่ได้มีทีม สก.หรือทีม สส. ปัญหาหลายๆอย่างที่เป็นปัญหายากๆ ในกรุงเทพมหานคร เหมือนแทบจะแก้ไม่ได้เลยจริงๆ

"ผู้ว่า กทม. เป็นตำแหน่งเดียวในประเทศไทยที่มีคนเลือกเป็นล้านๆคน แต่อำนาจในการย้ายเสาไฟฟ้าสักต้นยังไม่มีเลย"นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า การจะแก้ปัญหาต่างๆได้ต้องใช้แบบฟูลทีม คือ มี สก.ตรากฎหมายในระดับข้อบัญญัติ สส.ช่วยผ่านพระราชบัญญัติ ทำให้เราแก้ปัญหาหน้าบ้านให้กับประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนผลนิด้าโพลที่พบว่า ประชาชนไม่ตื่นเต้นกับการเลือกตั้ง กทม. นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในทุกสนามการเลือกตั้ง มีโอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลงเสมอ ตนอยากเชิญชวนพี่น้องชาว กทม. อยากให้มองไปไกลกว่าการที่ใครจะมาเป็นผู้ว่าฯกทม. แน่นอนว่าที่ผ่านมา เราอาจจะเห็นการแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ เส้นเลือดฝอย ทำได้ดี ตนก็เชื่อว่าทีมพรรคประชาชนแก้ไขปัญหาเส้นเลือดฝอยได้ดีไม่แพ้ตัวเลือกอื่น สิ่งที่ตนคิดว่า เป็นจุดแข็งของเราคือการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การพิจารณางบประมาณอย่างโปร่งใสทุกบาททุกสตางค์ ซึ่งต้องใช้ สก.อย่างน้อยเกินครี่งสภา ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้เราคงไม่ได้มองถึงโอกาสที่เราจะแพ้หรือชนะ แต่คือโอกาสที่จะทำให้คน กทม. มองเห็นว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน

ส่วนที่สวนดุสิตโพลเปิดเผยความนิยมคนกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. ได้อันดับหนึ่ง ทิ้งห่างนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาชนนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าการลงพื้นที่อย่างเข้มแข็งทั้งในระดับ สส ว่าที่ผู้สมัคร สก. และแคนดิเดตผู้ว่า กทม. เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนรู้สึกมองเห็นว่า ถ้าจะแก้ปัญหากรุงเทพฯให้ดีกว่านี้ต้องใช้ฟูลทีม นายชัยวัฒน์เองก็ลงพื้นที่ตลอด

ทั้งนี้ ให้คะแนนนายชัชชาติเท่าไหร่ สำหรับ 4 ปีที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายชัชชาติให้คะแนนตัวเองไปแล้ว อย่าให้ตนไปให้คะแนนท่านเลย แต่ตนพูดไปแล้ว ว่า ต้องชื่นชมอย่างตรงไปตรงมาว่าทีมของนายชัชชาติทำงานได้ดี เป็นที่ยอมรับของพ่อแม่พี่น้องชาวกรุงเทพฯ หลายคน แต่อย่างที่ตนบอก ตนไม่ได้ออกมาบอกว่าดีกว่าใคร แต่พรรคประชาชนมีจุดแข็งจริงๆ ปัญหาของกรุงเทพฯ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ผู้ว่าคนหนึ่งจะเข้ามาแก้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ไปแบบฟูลทีม

ส่วนจะสามารถการันตีได้หรือไม่ว่าผู้สมัคร สก. รอบนี้จะไม่มีคดี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนการันตีได้หนึ่งอย่าง ว่าหากผู้สมัครของเราไม่ได้ปฏิบัติตามวินัยพรรค หรือไม่ครองตนอย่างเหมาะสม มีความประพฤติไม่ดี เราพร้อมจัดการคนของเราทันที พรรคประชาชนทำงานการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ชวนคนทุกคนที่เป็นคนธรรมดามาทำงานการเมืองด้วยกัน เพราะฉะนั้น เราทำงานการเมืองแบบเปิดกว้าง พื้นหลังของผู้สมัครแต่ละคนเราก็มีกระบวนการในการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประชาชนมั่นใจวันนี้เริ่มการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สก.ไปแล้ว เชิญชวนทุกคนให้มาตรวจสอบอย่างเต็มที่ ถ้าใครที่ทุกท่านเห็นว่า มีประวัติไม่เหมาะสม แจ้งมาได้เลย เราพร้อมที่จะตรวจสอบและดำเนินการกับคนของเราเอง

"อยากชวนทุกคนคิดเหมือนกัน ว่าที่ผ่านมา ต้องบอกว่านักการเมืองหรือตัวแทนจากพรรคอื่น ผมเชื่อว่าทุกคนก็มองเห็นว่ามีปัญหาไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้น ก็อยากให้ทุกคนเรียกร้องกับพรรคการเมืองอื่นเช่นเดียวกับที่เรียกร้องกับพรรคประชาชน เราอยากให้ทุกพรรคการเมืองจัดการคนของตัวเอง ถ้าใครที่มีข่าวปัญหาสีเทา การยุ่งเกี่ยวยาเสพติด หรือการทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าพรรคการเมืองนั้นลงโทษคนของตัวเอง ก็จะทำให้การเมืองดียิ่งขึ้นได้" นายณัฐพงษ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่นายชัยวัฒน์ ประกาศไม่มีป้ายหาเสียงผู้ว่า กทม. นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนต้องย้ำว่า ไม่มีป้ายในที่นี้หมายถึงแคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. แต่ สก. ซึ่งหมายเลขต่างกันในแต่ละเขต ก็อาจอาจจะมีการติดป้ายบางส่วน เพื่อป้องกันการสับสน และตนมองว่าเป็นเรื่องดี เราชวนทุกคนมาคิด การเลือกตั้งที่ผ่านมาหลายคนอาจจะมีปัญหาที่เจอว่าผู้สมัครบางคนไปติดป้ายบนพื้นที่ทางเท้าแล้วอาจจะรบกวนการสัญจรหรือไม่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ ที่นายชัยวัฒน์ทำให้เห็นเปลี่ยนวิธีการหาเสียงให้ง่ายขึ้นกับประชาชน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ