ครม.เงา กางแผนชงทางออกวิกฤตปุ๋ย-จี้รัฐเดินหน้าแก้รธน.-ดัน 7 ร่างกม.ค้างเข้าสภาฯ

ข่าวการเมือง Monday May 11, 2026 11:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เผิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ครั้งที่ 2 เดินหน้าภารกิจการเป็นเวทีส่งเสียงแทนกลุ่มผู้เดือดร้อนที่ถูกรัฐบาลละเลย โดยวันนี้เปิดเวทีรับฟังตัวแทนเกษตรกรจากหลายภาคส่วน ที่กำลังเผชิญปัญหาปุ๋ยขาดแคลน ขายแพงเกินราคาประกาศ และปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ โดยมีข้อสรุปจากการประชุม ดังนี้

1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องแสดงภาวะผู้นำ ติดตาม "เกษตร-พาณิชย์" ให้ทำงานประสานกัน เสนอกันงบ 4 หมื่นล้านบาทช่วยเกษตรกร รัฐบาลล้มเหลวในการนำเข้าปุ๋ยจากประเทศรัสเซียและเตรียมใช้งบกลาง 5,000 ล้านบาทในการทำปุ๋ยชีวภาพแจกเกษตรกร ซึ่งมีความเสี่ยงด้านคุณภาพและการจัดซื้อจัดจ้าง พรรคประชาชน จึงเสนอให้รัฐบาลวางบทบาทให้ชัดโดยควรเป็นผู้เจรจาซื้อแม่ปุ๋ย จากต่างประเทศแต่ให้เกษตรกรได้รับสิทธิส่วนลดเพื่อเลือกซื้อปุ๋ยที่เหมาะกับตนเอง

ทั้งนี้ หากมีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ยิ่งจำเป็นต้องกันงบประมาณไว้ 40,000 ล้านบาท (1 ใน 10 ของเงินกู้) เพื่อช่วยเหลือภาคเกษตรได้ครอบคลุมตลอดปี 2569 รัฐบาลพรรค ยังเสนอให้เปิดเผยข้อมูลราคาและปริมาณปุ๋ยให้เกษตรกรตรวจสอบได้ทุกวัน รวมถึงเก็บข้อมูลคุณภาพดินและผลิตภาพการเกษตร เพื่อวางแผนใช้ปุ๋ยระยะยาวอย่างยั่งยืน

2. พาณิชย์ต้องมุ่งภารกิจคุมราคาปุ๋ย และยกระดับการตรวจสอบสินค้านำเข้า ในขณะที่รัฐบาล โดยเฉพาะนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เน้นทำการตลาดกระตุ้นฝั่งผู้ซื้อ (อุปสงค์)

พรรคประชาชนเสนอว่า ภารกิจหลักของกระทรวงพาณิชย์ในสถานการณ์ปัจจุบันควรเป็นการจัดการฝั่งต้นทุนให้เป็นธรรม (อุปทาน) โดยเฉพาะการประกาศ "ราคาควบคุมปุ๋ย" อย่างเป็นทางการ แทนที่จะเป็นเพียง "ราคาแนะนำ" ดังปัจจุบัน ซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ต้องเดินหน้าตรวจสอบสินค้าเกษตรนำเข้าที่ปริมาณสูงขึ้นมาก โดยควรมีกระบวนการพิสูจน์แหล่งกำเนิดสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมายและพิจารณาใช้มาตรการเซฟการ์ด (safeguard) ห้ามการนำเข้าสินค้าเกษตรบางชนิด หากราคาสินค้าในประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต

3. เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการทันที สัปดาห์นี้มีเรื่องสำคัญที่พรรคประชาชน เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการให้ทันท่วงที ได้แก่

- คณะรัฐมนตรี ต้องยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ ให้กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา ภายในวันที่ 14 พ.ค.เพื่อแสดงความเคารพต่อเจตจำนงของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่เห็นชอบประชามติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา

- นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เร่งออกกฎกระทรวงรับรองสูตร CARE (Career Average Revalued Earnings) เพื่อปรับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพให้เป็นธรรมต่อแรงงานโดยเร็วที่สุด

- คณะรัฐมนตรี ต้องยืนยัน 7 ร่างกฎหมายที่ค้างจากสภาชุดที่แล้ว ภายใน 12 พ.ค. ได้แก่ พ.ร.บ. PRTR, พ.ร.บ.โรงงาน, พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า, พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน, พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยหากไม่ดำเนินการในกำหนดนี้ ร่างทั้งหมดจะตกไป และต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่เสียโอกาสของประเทศ ในการแก้ปัญหาทั้งในด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ