น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีการรายงานข่าวของสำนักข่าวกัมพูชา เมื่อวันที่ 9 พ.ค.69 ว่าฝ่ายไทยได้ตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ในกรณีการอ้างสิทธิทับซ้อนในพื้นที่ทางทะเล ว่า ไทยรับทราบการแจ้งเจตจำนงของฝ่ายกัมพูชา ที่ประสงค์จะเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว แต่ขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการตอบตกลงจากฝ่ายไทยแต่อย่างใด
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยเห็นว่าทั้งสองฝ่ายควรใช้โอกาสนี้ในการพบหารือร่วมกัน และใช้กลไกต่าง ๆ ที่มีอยู่ระหว่างกันอย่างเต็มที่ โดยไม่ควรด่วนสรุปถึงแนวทางหรือความเป็นไปได้ในการยุติประเด็นข้อพิพาท เนื่องจากไทยยังเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศสามารถหาทางออกที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ร่วมกันได้ ผ่านกระบวนการหารือด้วยความจริงใจ และบนพื้นฐานของความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนประเด็นเรื่องการเปิดด่านนั้น น.ส.รัชดา ย้ำว่า การหารือสามฝ่ายระหว่าง นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นจากการริเริ่มของฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ในการหารือดังกล่าว ไม่มีการเจรจาเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดน หรือการเปิดพรมแดนแต่อย่างใด ทั้งสองฝ่ายเพียงเห็นพ้องให้เริ่มต้นการหารือในระดับปฏิบัติการก่อน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในประเด็นต่าง ๆ
"รัฐบาลไทย ยืนยันว่า จะดำเนินการทุกแนวทางด้วยความรอบคอบ รอบด้าน และตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนไทย โดยประเทศไทยจะรักษาเกียรติภูมิ อธิปไตย และผลประโยชน์ของประชาชนไทยอย่างเต็มที่ พร้อมยึดมั่นแนวทางสันติวิธีและการเจรจาที่สร้างสรรค์ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเกิดความสูญเสียจากกระบวนการใด ๆ ในครั้งนี้" โฆษกรัฐบาล กล่าว