รัฐบาล ออกโรงโต้ "ครม.เงา" ยันเดินหน้าปราบนอมินี-ทุนเทาจีน ลั่น! ไม่ซุกปัญหาใต้พรม

ข่าวการเมือง Monday May 25, 2026 16:24 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รัฐบาล ออกโรงโต้

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และ นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ ในนาม "ครม.เงา" พรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มจีนเทา และเครือข่ายนอมินี โดยยืนยันว่า รัฐบาลไม่เคยปล่อยปละละเลยปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ แต่กลับยกระดับการกวาดล้างอย่างจริงจังต่อเนื่อง ทั้งเครือข่ายจีนเทา ขบวนการนอมินี การสวมสิทธิ์ และกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างชาติในหลายพื้นที่สำคัญของประเทศ

"รัฐบาลนี้ ไม่เคยซุกปัญหาไว้ใต้พรม ตรงกันข้าม หลายคดีที่สังคมรับรู้วันนี้ เกิดจากการที่รัฐบาลยกระดับการตรวจสอบและขยายผลอย่างเข้มข้น จนเครือข่ายผิดกฎหมายไม่มีพื้นที่ยืน" น.ส.ลลิดา กล่าว

พร้อมระบุว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้านความมั่นคงด้วยความจริงจัง แต่ในหลายประเด็น รัฐบาลได้ดำเนินการก่อนที่ฝ่ายค้านจะออกมาแถลง

"การตรวจสอบรัฐบาลเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน และรัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ แต่การสื่อสารต่อสาธารณะ ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อภาพรวมของประเทศ และการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง" น.ส.ลลิดา กล่าว

และย้ำว่า ประเทศไทยเผชิญปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติมายาวนาน แต่รัฐบาลชุดนี้ เลือกเผชิญหน้าและกวาดล้างอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพิกเฉยหรือปล่อยให้ปัญหาฝังรากลึกต่อไป พร้อมยืนยันว่า จะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และไม่ยอมให้ประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาด

รองโฆษกรัฐบาล ยังได้ชี้แจงกรณีคดีนายซุน หมิงเฉิน ที่จังหวัดชลบุรี ว่า แม้จุดเริ่มต้นจะมาจากอุบัติเหตุรถคว่ำ แต่รัฐบาลไม่ได้หยุดเพียงคดีจราจร นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขยายผลเชิงลึกทันที จนนำไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมรวม 11 ราย ทั้งพลเรือนและอดีตนายทหารเรือ พร้อมตรวจสอบเส้นทางอาวุธสงคราม การถือครองบัตรสีชมพู และขบวนการนอมินีทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน ในกรณีตำรวจอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวจีนที่จังหวัดสระแก้ว รองโฆษกรัฐบาล ระบุว่า รัฐบาลดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยตำรวจทั้ง 4 นายที่เกี่ยวข้องถูกสั่งให้ออกจากราชการทันที พร้อมดำเนินคดีอาญาอย่างเต็มที่ ไม่มีการปกป้องหรือช่วยเหลือกันภายในองค์กร

"นิ้วไหนร้าย ต้องตัดทิ้ง รัฐบาลไม่มีนโยบายปกป้องคนผิด การดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาในกรณีนี้ สะท้อนว่าระบบตรวจสอบภายในยังทำงานได้ และรัฐบาลพร้อมจัดการเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด" น.ส.ลลิดา กล่าว

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างเรื่องการใช้มูลนิธิ โรงเรียน หรือการถือหุ้นนอมินี เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์หรูนั้น รองโฆษกรัฐบาล ชี้แจงว่า รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งการยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน สำหรับ 93 ประเทศ การตั้งคณะกรรมการทบทวนระบบวีซ่าทั้งระบบ รวมถึงการสั่งการให้กรมที่ดิน ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและเส้นทางการเงินของนิติบุคคลต้องสงสัยทั่วประเทศ

นอกจากนี้ กรมที่ดิน ยังได้ประสานการทำงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขยายผลตรวจสอบเครือข่ายนอมินีอย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดให้สำนักงานที่ดินทั่วประเทศ รายงานผลการตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัยอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า หากฝ่ายค้านมีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนอมินี หรือเครือข่ายอาชญากรรมจริง ขอให้ส่งมอบข้อมูลดังกล่าวแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, DSI หรือ ปปง. ได้โดยตรง เพื่อให้เกิดการดำเนินคดีอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มากกว่าการนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อก่อน จนเสี่ยงต่อการทำลายพยานหลักฐาน หรือเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดหลบหนี

"ข้อมูลอาชญากรรม ไม่ควรเป็นเครื่องมือทางการเมือง หากมีหลักฐานจริง รัฐบาลพร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดทันที" น.ส.ลลิดา กล่าว

สำหรับปัญหานอมินีต่างชาติถือครองอสังหาริมทรัพย์ และการสวมสิทธิ์ น.ส.ลลิดา กล่าวว่า เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานานหลายสิบปี แต่รัฐบาลชุดนี้ เป็นรัฐบาลแรกที่ยกระดับการตรวจสอบไปถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้น และเส้นทางการเงินอย่างจริงจังทั่วประเทศ ไม่ใช่เพียงการตรวจเอกสารตามรูปแบบ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ