พรรคส้ม เปิดรายละเอียดข้อกล่าวหาเอาผิด ป.ป.ช. ปัดตกคดี "ศักดิ์สยาม" ซุกหุ้น

ข่าวการเมือง Sunday June 7, 2026 17:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พรรคส้ม เปิดรายละเอียดข้อกล่าวหาเอาผิด ป.ป.ช. ปัดตกคดี

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน และ สว.กลุ่มอิสระ ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยกคำร้องคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ในคดีซุกหุ้นว่า ได้เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ในคดีซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่นในปี 2565 โดยชี้ให้เห็นว่าบริษัทฯ มีความสัมพันธ์กับนายศักดิ์สยามอย่างไร

พรรคส้ม เปิดรายละเอียดข้อกล่าวหาเอาผิด ป.ป.ช. ปัดตกคดี

ทั้งนี้ เมื่อ ป.ป.ช.มีมติยกคำร้อง ตนจึงมี 3 ข้อที่พบเป็นพฤติการณ์ที่น่าสงสัยของ ป.ป.ช.ได้แก่

1. การยุติเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ซึ่งเอกสารการแถลงของ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 23 เม.ย.69 กล่าวถึงการยุติเรื่องการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน โดยกล่าวอ้างถึงเพียงแค่กรณีการถือหุ้นห้างหุ้นส่วนเพียงเท่านั้น ประเด็นที่ ป.ป.ช. ไม่ได้กล่าวถึงคือ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.66 ตนได้ไปยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.เรื่องเกี่ยวกับเงินให้กรรมการกู้ยืม โดยกรรมการที่กู้ยืมไปคือนายศักดิ์สยาม และมีการปรากฏอยู่ จนถึงเดือน ธ.ค.62 จำนวน 28 ล้านบาท

พรรคส้ม เปิดรายละเอียดข้อกล่าวหาเอาผิด ป.ป.ช. ปัดตกคดี

นอกจากนี้ ยังพบว่าเอกสารที่ หจก.บุรีเจริญฯ ยื่นชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญปรากฏว่า เงินส่วนนี้ผู้สอบบัญชีเคยทวงถามไป และได้รับคำตอบกลับมาว่า ให้ขอคงไว้และจะดำเนินการปรับปรุงในภายหลัง

"ดังนั้นคำถามคือ ในเมื่อเอกสาร ป.ป.ช. กล่าวถึงเพียงการถือหุ้น แล้วคำร้องที่ให้ตรวจสอบเรื่องหนี้สินของนายศักดิ์สยาม ที่มีต่อ หจก.บุรีเจริญฯ แห่งนี้ ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบหรือไม่ แล้วผลการพิจารณาเป็นอย่างไร" นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

2. ในเอกสารชี้แจงของป.ป.ช.กล่าวถึงความผิดในลักษณะการขัดกันแห่งผลประโยชน์ โดยให้เหตุผลแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1. ป.ป.ช. บอกว่า การที่นาย ศ.เป็นผู้ครอบครองหุ้น และดูแลบริหารกิจการ หจก.บุรีเจริญฯ จึงไม่ปรากฏว่า ยศักดิ์สยาม ใช้อำนาจหน้าที่โดยตรง หรือสามารถใช้อำนาจใด ๆ ที่เกี่ยวข้องหจก.บุรีเจริญฯ ดำเนินกิจการที่เป็นคู่สัญญา

แต่ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 126 (2) เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ แค่ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท ที่เข้ารับคู่สัญญารัฐในหน่วยงานที่กำกับดูแลเกินที่กำหนด หรือเกิน 5% ก็ผิดแล้ว 2. ป.ป.ช.ระบุว่า ไม่ปรากฎว่านายศักดิ์สยาม ในฐานะ รมว.คมนาคม เข้าไปแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมแต่อย่างใด วงเงินอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ ไม่อยู่ในอำนาจของรัฐมนตรี

แต่ตนเจอเอกสารฉบับหนึ่ง ที่ ป.ป.ช.เคยทำอินโฟกราฟิก อธิบายเกี่ยวกับมาตรา 126 (2) แตกต่างจากกรณีของนายศักดิ์สยาม คือการถือหุ้น เป็นไปได้ว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ไปวินิจฉัยเลยว่า ตกลงแล้วนายศักดิ์สยาม ยังถือหุ้นอยู่ ณ วันที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ แต่กลับไปไต่สวนว่า นายศักดิ์สยาม ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนหรือไม่ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับข้อกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 126(2) แม้แต่นิดเดียว

3. นับตั้งแต่ที่ตนไปยื่นคำร้องครั้งแรก กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในขณะนั้น ตนไม่เคยได้รับจดหมายเรียกให้ไปให้ถ้อยคำหรือข้อมูลใด ๆ กับป.ป.ช.แม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยได้รับการแจ้งความคืบหน้าคำร้อง และไม่มีการยุติเรื่อง หรือคำร้องใด ๆ ไม่เคยได้รับการแจ้งให้ทราบเลย

"นี่จึงเป็นปัญหาในการเลือกปฏิบัติของ ป.ป.ช.ว่าจะรับฟังข้อมูลจากฝ่ายใด หรือจะไต่สวนไปในทิศทางใด และเป็นปัญหาความโปร่งใสของป.ป.ช. ที่ไม่มีการเปิดเผยให้สาธารณะทราบในระหว่างกระบวนการ และจบกระบวนการ แม้กระทั่งตัวผู้ร้องเอง ก็ไม่เคยได้รับแจ้งใด ๆ เลยทั้งสิ้น" นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ย้ำเรื่องข้อพิรุธ 4 ข้อ ที่ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในกรณีของนายศักดิ์สยาม กล่าวคือ 1.ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบด้วยกระบวนการที่บกพร่อง 2.ใช้ดุลพินิจวินิจฉัยผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง ซึ่งข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช.ควรใช้ในการพิจารณาคดีนี้ ควรเป็นข้อเท็จจริงเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้ในการพิจารณาและวินิจฉัย เพราะมีข้อเท็จจริงที่หนักแน่น เช่น การโอนหุ้น เส้นทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จที่มีข้อสงสัย หรือใบวางบิลที่มีข้อสงสัย เรื่องที่อยู่ของบริษัท ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ป.ป.ช.จะปฏิเสธไม่ได้

3.มีพฤติกรรมที่ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบ และ 4. ป.ป.ช.ละเว้นการตรวจสอบในข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยยังไม่เห็น ป.ป.ช. วินิจฉัยความผิดเรื่องการขัดการแห่งผลประโยชน์หรือไม่

"อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุผลใด ป.ป.ช.ไม่วินิจฉัยเรื่องฐานความผิดการขัดการแห่งผลประโยชน์ หรือไม่วินิจฉัยว่า นายศักดิ์สยามยังคงครอบครองหุ้นในบริษัทดังกล่าวอยู่หรือไม่ เป็นความพยายามในการปกป้องนายศักดิ์สยาม หรือช่วยน้ำเงินหรือไม่ เพราะ ป.ป.ช.คงทราบดีว่า หากต้องวินิจฉัยในประเด็นความผิดนี้ หรือการครอบครองหุ้น ด้วยหลักฐานทั้งหมดนั้น ป.ป.ช. คงไม่สามารถวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากการวินิจฉัยว่า นายศักดิ์สยาม ยังคงครอบครองหุ้นในบริษัทดังกล่าว และกระทำความผิดตามพ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 126" นายพริษฐ์ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ