"ไอติม" กาง 4 เหตุผล จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว.ไปศาลชี้ขาด คาด ก.ย.ได้ข้อสรุป

ข่าวการเมือง Sunday June 14, 2026 17:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงกรณีภาพรวมการตั้งข้อสังเกตต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ว่า ขณะนี้กลุ่มบุคคลที่จะชี้ขาดว่า คดีการฮั้วสว.จะไปถึงศาลหรือไม่คือ กกต.ทั้ง 7 คน โดยเราต้องย้อนไปตอนที่มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ขึ้นมา ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ร่วมกันระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังการพิจารณาข้อเท็จจริงคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ก็มีมติออกมาเห็นว่า บุคคลที่มีมูลว่ากระทำความผิดเรื่องการฮั้ว สว. อย่างน้อย 229 คน โดยมีมติเห็นควรให้ กกต. ดำเนินคดีและฟ้องทั้ง 229 คนไปที่ศาล

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า แต่เมื่อมีมติออกมาเช่นนั้นในช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา แต่กกต.ทั้ง 7 คน กลับไม่ได้มีมติเห็นชอบตามคณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26 แต่กลับมีการตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมา และกลับมีมติสวนทางกับคณะไต่สวนฯ คือ มีมติว่าทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิดใดๆ และมีมติให้ กกต.ยกคำร้อง มาจนถึงวันนี้ลูกบอลจึงตกอยู่ที่กกต.ทั้ง 7 คนว่าจะเห็นอย่างไร ซึ่งตนมองว่า ทางเลือกหรือความเป็นไปได้มีอยู่ 3 ทางคือ 1.กกต.มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนฯ 2.กกต.เห็นชอบตามคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 และ 3.กกต.อาจมีการฟ้องหรือส่งคำร้องเฉพาะบางคน แล้วยกคำร้องเฉพาะบางคน โดยหลายคนมีความกังวลใจว่าอาจจะเป็นวิธีการในการสลัดบางคน เพื่อปกป้องบุคคลสำคัญที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว กกต.จะตัดสินใจในทางเลือกไหนนั้น เราก็คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนกันยายนนี้ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา กกต. แถลงว่าได้เริ่มพิจารณาคดีนี้แล้ว อีกทั้งระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดข้อที่ 82 เขียนไว้ชัดว่า ให้คณะกรรมการพิจารณาชี้ขาด ต้องไม่เกิน 90 วัน ฉะนั้น จึงคาดว่า ภายในเดือนกันยายนหรือต้นเดือนกันยายน เราควรที่จะได้ข้อสรุปในเรื่องนี้ ซึ่งเข้าใจว่า นัดแรกจะเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับข้อกล่าวหาบุคคลในจังหวัดสุราษฎร์ธานี คาดว่า จะมีการพัวพันกับสว. 4 คนที่มาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ นายพริษฐ์ ได้ ยก 4 เหตุผลที่มองว่า กกต.ควรส่งเรื่องทั้ง 229 คนไปยังศาลได้แก่

1. หลักฐานในคดีนี้มีความชัดเจนและหนักแน่นกว่าหลักฐานในคดีก่อนๆ ที่ กกต.เคยส่งเรื่องไปที่ศาล แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดของคณะไต่สวนได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพิจารณา แต่จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ และมีการยื่นเข้ามาจากผู้ที่ไปให้การกับคณะไต่สวนฯ เราพอจะคาดการณ์ได้อย่างชัดเจนในระดับหนึ่งว่า หลักฐานที่อยู่ในสำนวนมีหลักฐานประเภทใดบ้าง เช่น สถิติการลงคะแนนในบัตร ที่มีบัตรจำนวนมากที่มีการเลือกกลุ่มตัวเลขกลุ่มเดียวกัน

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า โดยสถิติมีความยากมากที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติหากไม่มีการจัดตั้ง ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานโพยตัวเลขต่างๆ หรือหลักฐานเรื่องการนัดหมายของกลุ่มสว.ต่างๆ ว่า นัดที่โรงแรมใด จังหวัดไหนบ้าง หลักฐานการเดินทาง อุปกรณ์ที่แจก คลิปเสียง และที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องเส้นทางการเงิน ซึ่งจากหลักฐานที่ตนได้รับมานั้นพบว่า แม้กระทั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็มีเส้นทางการเงินชัดที่เชื่อมโยงกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ซึ่งบางคนเป็นสว.ขณะนี้ รวมถึงกลุ่มที่เป็นทีมงานสส.ในจังหวัดดังกล่าวด้วย

2. อนุวินิจฉัยฯชุดที่ 36 มีปัญหาเรื่องความชอบธรรมและเสี่ยงเป็นเครื่องมือฟอกขาว ซึ่งตนมีคำถามว่า ทำไมจึงต้องตั้งคณะอนุชุดที่ 36 ขึ้นมาวินิจฉัยเป็นกาลเฉพาะทั้งที่มีคณะอนุอยู่แล้วถึง 35 คณะ ซึ่งตนเคยได้สอบถามตัวแทนของดีเอสไอ ก็พบว่า คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ไม่เคยเรียกตัวแทนของดีเอสไอหรือตัวแทนของคณะคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เข้าไปให้ข้อมูลเลย จึงเกิดคำถามตามมาว่า คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ได้พิจารณาอย่างรอบด้านหรือไม่ โดยที่กรรมการในชุดอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 มีทั้งหมด 7 คน ซึ่งมีบางคนที่ถูกสังคมตั้งคำถามอยู่เช่น มี 2 คน ถูกตั้งคำถามเรื่องพัวพันการทุจริตคอร์รัปชั่น 1 คนเป็นจำเลยอยู่ในคดีทุจริตรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ศาลอุทธรณ์ประทับรับฟ้องไปแล้ว 1 คนถูกลงโทษทางวินัยให้ออกจากราชการ หลังถูกชี้มูลว่าเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนในการซื้อคอมพิวเตอร์ แม้ว่าขณะนี้ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้องไปแล้ว

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนอีก 1 ท่าน แม้จะไม่ถูกตั้งคำถามเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นแต่ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง เพราะมีการเชื่อมโยงประวัติที่ถูกเลื่อนขั้นในตำแหน่งราชการภายใน รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รวมถึงมีภาพปรากฎว่าไปต้อนรับนายอนุทินถึงสนามบิน ในลักษณะที่มีการตั้งคำถามว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางทางการเมืองได้หรือไม่ ดังนั้นหาก กกต.จะเอาหลังพิงอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 แล้วไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ตนคิดว่าก็จะถูกตั้งคำถามอย่างหนัก

3. เราเห็นว่า กกต.ส่วนใหญ่ มีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีกกต. 4 ใน 7 คนถูกรองรับให้เข้าสู่ตำแหน่งโดยสว.ที่อยู่ในสำนวนที่กำลังพิจารณาอยู่ เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งเช่นนี้ก็อาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่า 4 คนนี้ก็อาจจะถูกตั้งคำถามหรือตั้งข้อครหาเป็นพิเศษหากมีการตัดสินใจใดๆ ที่ค้านสายตาประชาชน ฉะนั้นตนจึงมองว่า หาก กกต. อยากหลุดพ้นจากการถูกตั้งข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน วิธีการที่เรียบง่ายที่สุดและตรงไปตรงมาคือ การมีมติส่งเรื่องทั้งหมดไปให้ศาลพิจารณาว่าใน 229 คนนั้นใครผิดหรือไม่ผิด

และ 4. ขณะนี้กกต.ถูกตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบคดีการทุจริตการเลือกสว.อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ โดยหลักฐานที่นำมาสนับสนุนเหตุผลดังกล่าวนี้ คือ คลิปวิดีโอการเลือก สว.รอบไขว้ที่ตนได้มาจากผู้ตรวจการการเลือกสว. โดยบุคคลในคลิปเป็นหนึ่งใน กกต.ที่จะเป็นคนชี้ขาดว่า เรื่องจะไปถึงศาลหรือไม่ แม้ว่า กกต. อาจจะออกมาชี้แจงว่า การจดหมายเลขผู้สมัครคนไหนที่มีความเหมาะสมเพื่อกันลืมเวลาเดินเข้าคูหานั้น ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ตนคิดว่าชี้แจงแค่นี้ตอบคำถามสังคมไม่ได้ เพราะยังมีข้อสังเกตจากในคลิป ที่มีการทิ้งท้ายของ กกต.ที่มาตรวจว่า "จะเป็นสว. กันอยู่แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะ" สะท้อนให้เห็นว่า กกต.คนนั้นต้องเห็นอะไรที่อาจจะไม่สุจริต คำถามที่ตามมาคือ เจ้าหน้าที่เห็นอะไรในโพยหรือเห็นอะไรในวันเลือก ที่ทำให้มองว่าอาจจะมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และทำให้มีการต้องเก็บโพยรวมถึงตักเตือนกัน

อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ ระบุว่า หาก กกต.ไม่ได้ส่งเรื่องไปที่ศาล ตนคิดว่ากกต. อาจถูกมองได้ว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ มีการปิดตาข้างเดียวต่อกระบวนการโกง สว.หรือไม่ หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนหนึ่งที่รู้เห็นเป็นใจของกระบวนการการโกงสว.ที่ผ่านมาหรือไม่ จึงเป็นเหตุผลที่ตนเห็นว่า กกต. ควรส่งเรื่องทั้งหมดไปยังศาลตามมติของคณะไต่สวนชุดที่ 26

ส่วนกรณีเรื่องการจองโรงแรมก่อนวันเลือกสว. หากมีการยกข้อโต้แย้งว่าผู้สมัครฯ ที่มาจากฝั่งประชาชนก็มีการจองโรงแรมในลักษณะเดียวกัน มองอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราต้องดำเนินคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่ากับใครก็ตาม และต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน สิ่งที่เราเห็นในสำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26 คือ หลักฐานหลายประเภทประกอบกัน มีทั้งเรื่องการทำโพยที่มีตัวเลขชุดเดียวกัน มีทั้งหลักฐานการนัดหมาย มีหลักฐานทั้งการซื้อตั๋วเครื่องบินให้ เพื่อเดินทางเข้ามาในที่นัดหมาย รวมไปถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ