"พงษ์ศักดิ์"ชี้แก้รธน.มาตรา 190 คว่ำกระทบเจรจาพื้นที่ร่วมพัฒนาไทย-เขมร

ข่าวการเมือง Thursday January 9, 2014 14:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า จะส่งผลให้การเจรจาพื้นที่ร่วมพัฒนาไทย-กัมพูชาทำได้ยากยิ่งขึ้น และทำให้ไทยเสียเปรียบ เพราะจะทำให้เขารู้แผนของเราก่อน แทนที่จะเจรจาเสร็จแล้วค่อยมาเปิดเผยซึ่งประชาชนก็ต้องรับรู้อยู่แล้ว
"การเจรจาเปิดเผยก่อน เราเสียเปรียบในการเจรจามากกว่า" นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่รัฐบาลยุบสภาและรอการเลือกตั้งใหม่ อีกทั้งจะมีการปิดกรุงเทพในวันที่ 13 ม.ค.นี้ ทำให้แผนงานกระทรวงพลังงานชะงักออกไป โดยงานเร่งด่วน ได้แก่ แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า(PDP), การขยายเวลาจ่ายไฟสำหรับ Solar Roof และการขยายโควต้าเพิ่มอีก ซึ่งต้องรัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการ

ด้านนายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิง กล่าวว่า จะเตรียมเรื่องเร่งรัดให้รัฐบาลใหม่ตัดสินใจ ได้แก่ การเปิดสัมปทานรอบใหม่รอบที่ 21, การทำหลักการแปลงสัมปทานปิโตรเลียมในไทยที่เชฟรอน และ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม( PTTEP) ที่ได้รับสัมปทานและเหลืออายุสัมปทาน 8 ปี ส่วนการเจรจาการพัฒนาพื้นที่ร่วมไทย-กัมพูชาก็ยังต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการต่อ

"หากไม่หารือกันก่อนจะหมดอายุสัมปทาน 5 ปีสุดท้าย เอกชนก็จะไม่ลงทุน" นายทรงภพ กล่าว

ทั้งนี้ ปริมาณสำรองพิสูจน์แล้วในแหล่งอ่าวไทยมีปริมาณ 9 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ขณะที่ปัจจุบันผลิตได้ประมาณ 2.2 พันล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน โดยเชฟรอนผลิตได้ราว 1.2 พันล้านลูกบาศก์ฟุต ส่วน PTEP(แหล่งบงกช) ผลิตได้ราว 1 พันล้านลูกบาศก์ฟุต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ