ศอ.รส.เตรียมยกระดับใช้กม.เข้มข้นขึ้น หลังสถานการณ์ตึงเครียดหวั่นเกิดเหตุลุกลาม

ข่าวการเมือง Monday May 12, 2014 14:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงว่า ตามที่ ศอ.รส. ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 7 เรื่อง ข้อเรียกร้องต่อกลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) รวมถึงกลุ่มการเมืองและกลุ่มผู้สนับสนุน ให้ยุติการกระทำผิดต่อกฎหมายด้วยการคัดเลือกและแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและแจ้งเตือนประชาชนให้แยกตัวออกจากการชุมนุม เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น

ศอ.รส. ขอเรียนย้ำว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และกลุ่มแกนนำ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเรียกร้องไปยังบุคคลสำคัญต่าง ๆ เช่น ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ร่วมกันคัดเลือกและทูลเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 แห่งรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถกระทำได้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เนื่องจากเมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ซึ่งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ก็ได้กำหนดให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี

"ในขณะนี้จึงยังไม่เกิดสุญญากาศทางการเมืองตามที่ กปปส. ต้องการมาตั้งแต่ต้น และไม่มีข้อกฎหมายและความจำเป็นใด ๆ รองรับให้ต้องมีการดำเนินการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7" ศอ.รส. ระบุ

ศอ.รส. เรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับแกนนำ กปปส. ยุติการเรียกร้องที่ไม่มีกฎหมายรองรับ และสร้างความสับสนให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี มาตรา 7 เป็นแนวทางที่เหมาะสมและสามารถกระทำได้ ทั้ง ๆ ที่ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้ภายใต้รัฐธรรมนูญ และยิ่งจะเป็นการสร้างความแตกแยกมากขึ้นในสังคมระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความเห็นต่างกัน ซึ่งอาจลุกลามไปถึงการก่อเหตุร้ายจนอาจกลายเป็นสงครามกลางเมืองได้ในที่สุด

นอกจากนี้ ด้วยพฤติการณ์ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับแกนนำ กปปส. ที่ได้กระทำอุกอาจต่าง ๆ จนทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น จนขณะนี้อาจกล่าวได้ว่าถึงจุดวิกฤตมากที่สุดแล้ว ศอ.รส. จึงจำเป็นจะต้องยกระดับการใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัดและเข้มข้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่กำลังจะเกิดในเวลาอันใกล้นี้ และขอแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนแยกตัวออกจากกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ ศอ.รส. ได้รับทราบถึงแถลงการณ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ซึ่งมีเนื้อหาว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และขอสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในไทยด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจา บนพื้นฐานของหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม นอกจากนี้ในแถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนเน้นย้ำความสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตยในการรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย ส่งเสริมความสมานฉันท์ในชาติ และนำความปกติสุขกลับคืนมาสู่ประเทศ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย

"ในการนี้ ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการเลือกตั้งซึ่งจะทำให้ความขัดแย้งของมวลชนกลุ่มต่าง ๆ ยุติลง และนำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของประเทศอันเป็นภารกิจหลักของ ศอ.รส."

ทั้งนี้ ศอ.รส. ได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องของการ์ด กปปส. โดยเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มการ์ด กปปส. ที่ทำการปิดกั้นการจราจรบนทางยกระดับโทลล์เวย์ได้รุมทำร้ายประชาชนรายหนึ่งขณะที่กำลังเดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง จนได้รับบาดเจ็บ และเมื่อคืนวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมาก็เกิดเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยประชาชนอีกรายถูกกลุ่มการ์ด กปปส. รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณตรงข้ามสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ทั้งนี้ ทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าวล้วนเป็นการทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์เพียงเพราะบุคคลดังกล่าวต้องการจะสัญจรตามปกติโดยไม่ทราบถึงการปิดกั้นการจราจรของกลุ่ม กปปส. นอกจากนี้ การปิดการจราจรบนทางยกระดับโทลล์เวย์ ยังทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องเดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง ต้องลงเดินเพื่อไปยังสนามบิน ซึ่งเหตุการณ์นี้ย่อมส่งผลเสียหายต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน ดังนั้น ศอ.รส. จึงขอประนามการกระทำดังกล่าวของการ์ด กปปส. และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อนึ่ง ตามที่มีข่าวว่า ศอ.รส. ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจขอขมาพระพุทธะอิสระหลังจากวันเกิดเหตุบริเวณด้านหน้า ศอ.รส. นั้น ขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการขอขมา แต่เป็นการแสดงความเสียใจที่เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และมีการใช้แก๊สน้ำตาในการควบคุมสถานการณ์ โดยการแสดงความเสียใจนั้นก็เป็นวิธีปฏิบัติโดยทั่วไปที่เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอดเมื่อมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ อันเกิดจากการปฏิบัติการตามหน้าที่ ทั้งนี้ เจ้าพนักงานก็ได้มีการดำเนินคดีกับพระพุทธะอิสระกับพวกในฐานบุกรุกสถานที่ราชการ และข้อหาอื่น ๆ อีก รวม 5 ข้อหา โดยไม่ละเว้นในทันที ซึ่ง ศอ.รส. ขอแสดงความเสียใจ เห็นใจ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งและความอดทนอดกลั้นจนถึงที่สุด ศอ.รส. จึงขอเชิดชูเกียรติศักดิ์และความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายเป็นอย่างยิ่ง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ