นายกฯ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล

ข่าวการเมือง Friday February 5, 2016 16:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.) กล่าวภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบ (คสช.) เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ประจำเดือน ว่า นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. เรื่องการประเมินการทำงานของข้าราชการว่ามีไว้เพื่อปกป้องข้าราชการ โดยกำหนดให้นำผลการทำงานมาใช้ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายเป็นหลัก และยังได้ปรารภถึงเรื่องร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นที่ขอให้ข้าราชการเข้าไปช่วยชี้แจงกับประชาชนด้วย พร้อมย้ำกำหนดการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปี 2560 แน่นอน

ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับถึงเรื่องการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว หลังเกิดเหตุร้ายที่จังหวัดกระบี่และสุราษฎร์ธานีธานีอย่างต่อเนื่อง และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา อำนวยความสะดวกและดูแลนักท่องเที่ยว และให้หารือกับกระทรวงมหาดไทยเรื่องการใช้งบประมาณกระจายลงในพื้นที่การท่องเที่ยวเพื่อปรับปรุงและพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวให้ดีขึ้น

นอกจากนี้จะมีการยกระดับการพัฒนาการท่องเที่ยวสู่ระบบดิจิตอล ส่วนการพัฒนางานด้านกีฬา เน้นให้ปฎิบัตตามแผนปฎิรูปกีฬา ซึ่งจะมีการตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาส่งเสริมความเป็นเลิศในด้านนี้

ส่วนกรณีมีข่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาใช้งบประมาณถึง 1.8 ล้านบาท ในการจัดเตรียมสถานที่เพื่อต้อนรับนายกรัฐมนตรีนั้น ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงว่ายังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ และคิดว่าไม่น่าจะใช้งบประมาณมากขนาดนั้น

ขณะที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้แต่ละกระทรวงรายงานความคืบหน้าและปัญหาในการทำงานปัญหาของแต่ละกระทรวง เช่น ปัญหารถแท็กซี่ปฎิเสธรับผู้โดยสาร และคิดค่าบริการแพงเกินจริง ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ชี้แจงในเรื่องนี้ และนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางไปว่า จะต้องเชิญผู้ประกอบการมาพูดคุยและหาข้อสรุปในระยะเวลา 15 วัน ก่อนที่จะมีการประเมินผล หลังจากนั้นส่งรายงานมายังรัฐบาลใด้รับทราบ โดยหากไม่ปฎิบัติตามจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ส่วนเรื่องการปฎิรูปตำรวจจะมีการดำเนินการต่อไปตามแนวทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และแนวทางของ สปท. ซึ่งจะมีการประชุมหารือรวมกันละส่งรายงานมายังนายกรัฐมนตรีภายในสิ้นเดือนนี้

สำหรับกรณีการแก้ปัญหาแฟลตดินแดง ที่ประชาชนเรียกร้องที่อู่อาศัยขนาด 42 ตารางเมตรนั้นอาจยังไม่สามารถดำเนินการตามคำเรียกร้องได้ เนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่งยอมรับได้ในพื้นที่ 33 ตารามเมตร ซึ่งวิศกรรมสถานจะไปดูแลและกำหนดให้พื้นที่ห้องพักขนาด 33 ตารางเมตรให้มีคุณภาพ และสามารถอยู่อาศัยได้ ทั้งนี้ก็จะมีการจัดลำดับคนที่ยอมรับได้ในพื้นที่ห้องพักขนาด 33 ตารางเมตร เข้าไปอยู่ในเฟสแรกก่อน และทำความเข้าใจกับกลุ่มที่เรียกร้องขนาด 42 ตารางเมตรด้วย

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงการวิจัยและพัฒนา โดยนายกรัฐมนตรีอยากให้เน้นผลการวิจัยและพัฒนาด้านนวัตกรรม ด้านผลผลิตการเกษตรที่ตอบรับกับความต้องการของรัฐบาล เช่น ยางพารา เป็นต้น

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีการรายงานโรคระบาดไวรัสเมอร์ส และซิก้า ว่า ในส่วนของไวรัสเมอร์ส กำลังเฝ้าระวังผู้ที่สัมผัส จำนวน 42 คน ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานจะสามารถเลิกมาตราการเฝ้าระวังได้ ขณะที่ไวรัสซิก้า ทางกระทรวงก็ขอความร่วมมือให้ช่วยกันกำจัดลูกน้ำยุงลาย โดยเฉพาะผู้ตั้งครรภ์ต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีอาการคล้ายโรคหัดเยอรมัน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้รายงานคืบหน้าการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท พบว่าขณะนี้ดำเนินการจ่ายเงินไปแล้ว ประมาณ 2,300 ล้านบาท หรือร้อยละ 6-7 ซึ่งยังถือว่าล่าช้า เนื่องจากเกิดปัญหาในการกรอกข้อมูลเอกสารในคอมพิวเตอร์ แต่เชื่อว่า จะเป็นไปตามที่กำหนดไว้ ซึ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะดำเนินการจ่ายเงินได้อีก 1.5 หมื่นล้านบาท และจะดำเนินการจ่ายเงินทั้งหมดในทุกตำบลสิ้นแดือนมีนาคม

นายกรัฐมนตรียังระบุถึงกรณีเกิดปัญหาการหนีทุนรัฐบาลว่า หลังจากนี้ต้องมีมาตรการที่รัดกุมและเข้มงวดมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่คนที่เรียนทุนเมื่อกลับมามักจะออกนอกระบบดังนั้นต้องมีการจัดระเบียบ โดยเฉพาะแพทย์ เมื่อเรียนจบแล้วจะต้องกลับมาใช้ทุนต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะต้องลงพื้นที่ใดไม่กระจุกตัวที่ส่วนกลางเพียงอย่างเดียว แต่ต้องกระจายไปยังในพื้นที่กันดารด้วย

สำหรับการแก้ปัญหาคลองลาดพร้าว ปลัดกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้จะดำเนินการตามโครงการสร้างเขื่อนริมคลองลาดพร้าวได้ ในระยะทาง 6-8 กิโลเมตร สามารถเคลียร์คนได้ 1 พันครอบครัว จาก 1,400 ครอบครัว ครอบครัว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งการเรื่องภัยแล้งว่า อยากให้ส่วนราชการลงพื้นที่เร่งสร้างความเข้าใจถึงปัญหาภัยแล้งให้มากขึ้น เพราะรัฐบาลไม่อยากบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว

สัปดาห์หน้า กระทรวงพาณิย์เตรียมเปิดประมูลข้าว ทั้งในส่วนของข้าวบริโภคและใช้ในอุตสาหกรรม พร้อมดำชับทหารและตำรวจที่คอยร่วมดูแลความปลอดภัยในการขนย้ายข้าวตามจุดต่างๆ องเข้าใจในกระบวนการ และรวมตรวจสอบพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบปลอมปน ข้าวบริโภค และข้าวที่จะนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม

นายกรัฐมนรี กลาวว่า อยากให้สังคมไปอ่านและศึกษาทำความเข้าใจรัฐธรรมนูญอย่างละเอียด พร้อมศึกษาความแตกต่าง และการเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าจะนำไปสู่การปฎิรูปได้อย่างไร ขออย่าไปรับฟังเพียงการวิพากวิจารณ์อย่างเดียว โดยนักศึกษา และนักวิชาการสามารถช่วยกันให้ข้อมูล ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ