ข่าวอินโฟเควสท์
21:52 ราคาทองปรับตัวขึ้น หลังดิ่งแตะนิวโลว์ 5 เดือนครึ่งเมื่อวันศุกร์ จับตาสงครามการค้า   ราคาทองปรับตัวขึ้นในวันนี้ หลังจากดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ…
21:34 สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 2 จุดในเดือนมิ.ย.   สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้…
21:24 มีผู้เสียชีวิต 1 ราย สูญหายหลายสิบราย หลังเรือพลิกคว่ำที่อินโดนีเซีย   สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซียเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 1…
21:07 ดาวโจนส์ทรุดกว่า 200 จุด หลุดแนว 25,000 ผวาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน   ดัชนีดาวโจนส์ทรุดตัวลงกว่า 200 จุด หลุดระดับ 25,000 ในวันนี้ จากความกังวลเกี…
20:44 ดอลลาร์เคลื่อนตัวในกรอบกลาง 110 เยน ขณะช่วงขาขึ้นถูกจำกัดจากเหตุแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น   ดอลลาร์เคลื่อนตัวในกรอบกลางของ 110 เยนในวันนี้ ขณะที่ช่ว…

ศาลปกครองสูงสุด นัดอ่านคำพิพากษาคดีสลายม็อบพันธมิตรเมื่อปี 51 วันที่ 19 ม.ค.

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 12 มกราคม 2561 15:39:52 น.

ศาลปกครองกลาง นัด 19 ม.ค.61 อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีที่ นายชิงชัย อุดมเจริญกิจ กับพวกรวม 250 คน ยื่นฟ้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อปี 51 บริเวณรอบรัฐสภา ลานพระบรมรูปทรงม้า หน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล และบริเวณใกล้เคียง ทำให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจอย่างร้ายแรง ทั้งที่เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กรณีจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยศาลปกครองชั้นต้น (ศาลปกครองกลาง) มีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีทุกราย (ยกเว้นผู้ฟ้องคดีที่ 45) และผู้ร้องสอด เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 7 ต.ค.51 ตั้งแต่เวลา 05.00-24.00 นาฬิกา ได้นำอาวุธปืน วัตถุระเบิดชนิดต่าง ๆ อันมีอันตรายโดยสภาพมาใช้ในการสลายการชุมนุม โดยมิได้ปฏิบัติตามหลักการมาตรฐานของสากลซึ่งต้องเริ่มจากการเจรจาต่อรอง หากไม่สามารถเจรจาต่อรองได้จึงจะใช้มาตรการสลายการชุมนุมจากเบาไปหาหนัก จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อกลุ่มผู้ชุมนุม รวมทั้งผู้ฟ้องคดีทั้ง 250 คน และผู้ร้องสอด ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด จึงต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดอันเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้รับการสั่งการให้ปฏิบัติการเพื่อสลายการชุมนุมตามขั้นตอนแผนกรกฎ 48 แต่เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ อันเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกอบมาตรา 8 มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ทั้งนี้ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หากผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอดรายใดได้รับเงินทดแทนเยียวยาความเสียหายจากหน่วยงานของรัฐตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 10 มกราคม 2555 ไปแล้วเพียงใด ให้คงสิทธิรับค่าทดแทนความเสียหายที่เหลือตามคำพิพากษาเพียงนั้น และหากภายในสองปีนับแต่มีคำพิพากษาผู้ฟ้องคดี ผู้ร้องสอด รายใดยังคงต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจาการกระทำละเมิดศาลยังสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขคำพิพากษาในส่วนนี้เพิ่มเติมได้อีก

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง